การนำ ภาพเก่ามาเล่าใหม่ เป็นหนึ่งในกลวิธีสร้างข่าวปลอม (Fake News) ที่ทำได้ง่าย โดยเป็นการนำภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมานำเสนอใหม่ในบริบทปัจจุบันซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง กลวิธีนี้เรียกว่าการเชื่อมโยงผิดบริบท (False Context) แม้จะเป็นวิธีการที่ทำได้ง่ายดายเพียงนำภาพจากอินเทอร์เน็ตมาเผยแพร่ซ้ำ แต่กลับสร้างความตื่นตระหนกในสังคมได้อย่างมาก เนื่องจากมักถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงที่ผู้คนกำลังวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ส่งผลให้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลลดลง และขาดการ “เอ๊ะ” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนหลงเชื่อ


ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีการนำภาพเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณสี่แยกอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สี่แยกกรงนกเขา มาเผยแพร่ผ่านเพจต่าง ๆ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ แม้ช่วงคืนที่ผ่านมาจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนอาจเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ แต่ระดับน้ำไม่ได้ท่วมสูงตามที่ปรากฏในภาพเก่าที่เผยแพร่กัน โดยชาวบ้านยืนยันถนนบางสายในตลาดจะนะอาจจะท่วมราวตาตุ่ม แต่ได้ลดลงจนเป็นปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะที่ประชาชนกำลังกังวลเรื่องสถานการณ์ฝนตก และเผชิญกับฝนตกเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อเห็นภาพน้ำท่วมบริเวณสี่แยกอำเภอจะนะ จึงอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกได้ง่าย โดยไม่ทันได้ “เอ๊ะ” ถึงความผิดปกติหรือที่มาของภาพ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีผู้ที่เริ่ม “เอ๊ะ” และเข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ข่าวปลอมเหล่านั้นในเชิงตั้งข้อสังเกต เช่น ระบุว่าเป็น “ภาพเก่า” สอบถามว่า “ภาพจริงหรือเปล่า” ตลอดจนมีผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่จริงเข้ามายืนยันว่า “ไม่มีน้ำท่วม” ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนมีความตื่นตัวและร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น
การเผยแพร่ภาพโดยปราศจากการ “เอ๊ะ” เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด และการนำภาพในอดีตมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากจะสร้างความเสียหายจากการทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจผิดแล้ว ยังส่งผลให้ตัวผู้เผยแพร่ข้อมูลเองสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชนด้วยเช่นกัน



