ฟินได้…แต่ต้องเท่าทัน ส่องกลลวงซีรีส์แนวตั้ง ดูอย่างไรไม่ตกเป็นเหยื่อ

กระแสซีรีส์แนวตั้งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพใช้แฝงตัวเข้าหาเหยื่อภายใต้ภาพลักษณ์ของความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ฝังมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูล และดูดเงินออกจากบัญชี หรือการชักชวนลงทุนปลอมผ่านโฆษณา ข้อความที่ดูน่าเชื่อถือจากความเพลิดเพลินในการรับชมเพียงไม่กี่นาทีอาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ทันตั้งตัว หากขาดความระมัดระวังในการคลิกลิงก์หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางที่ไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้

ซีรีส์แนวตั้งคืออะไร ทำไมซีรีส์ประเภทนี้ถึงได้ใจผู้ชม และเป็นที่นิยมทั่วโลก

ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) คือ มินิซีรีส์หรือละครสั้นที่ฉีกทุกกฎการรับชมแบบเดิม ๆ ด้วยการถ่ายทำในอัตราส่วน 9:16 เพื่อให้เราสามารถรับชมความบันเทิงผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน ได้ด้วยมือเดียวโดยไม่ต้องพลิกหน้าจอโทรศัพท์เป็นแนวนอน 

ถึงแม้ซีรีส์หนึ่งเรื่องจะมีจำนวนตอนที่ยาวเหยียดถึง 50-80 ตอน แต่ในแต่ละตอนมีความยาวเพียงแค่ 1-2 นาทีเท่านั้น อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนได้รับบท “คนนอนน้อย” เพราะติดซีรีส์แนวตั้งแบบงอมแงม ดูแล้วก็หยุดไม่ได้ เนื่องจากเป็นความบันเทิงที่เสพง่าย ย่อยง่าย โดยที่สมองไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ดูปุ๊บก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่าเนื้อเรื่องจะเป็นแบบไหนและจบแบบใด

ทำไมเราถึงหยุดดูซีรีส์แนวตั้งที่ตัดจบแบบคาใจไม่ได้

ผู้ชมจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจากการค้นหาซีรีส์แนวตั้งโดยตรง แต่พบเห็นผ่านการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Facebook, Instagram Reels หรือ YouTube Shorts ระหว่างการเลื่อนชมข่าวสาร ความบันเทิง หรือเนื้อหาต่าง ๆ บนหน้าฟีด

คลิปสั้นที่ปรากฏขึ้นมามักอยู่ในรูปแบบของการโฆษณาหรือคลิปแนะนำ โดยเลือกนำเสนอเฉพาะ “ฉากไฮไลต์” ที่เข้มข้นและกระตุ้นอารมณ์ดราม่าได้มากที่สุด เช่น ฉากการถูกนอกใจ ถูกหักหลัง ฉากเปิดเผยความลับ ฉากแก้แค้นสุดสะใจ หรือช่วงเวลาที่ตัวละครกำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนชีวิต

โครงสร้างพล็อตเรื่องยอดนิยมเหล่านี้ไม่ได้ซับซ้อนซึ่งมักจะวนเวียนอยู่กับอารมณ์ และความรู้สึกพื้นฐานของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความริษยา ความอยุติธรรม หรือความแค้นตัวของละครเอก ส่วนใหญ่มักเปิดฉากด้วยการเป็นผู้ถูกกระทำ ถูกเหยียดหยามกลั่นแกล้ง หรือโดนหักหลังจนถึงขีดสุด ก่อนที่เนื้อเรื่องจะหงายไพ่ใบสำคัญเผยให้เห็นว่า แท้จริงแล้วพวกเขาคือ ทายาทตระกูลใหญ่ หรือบุคคลที่มีสถานะพิเศษซ่อนอยู่

นอกจากการเลือกใช้พล็อตที่สะใจเพื่อตอบสนองอารมณ์ของผู้ชมแล้ว เทคนิคการเล่าเรื่องยังถูกออกแบบมาอย่างละเอียดเพื่อดึงความสนใจตั้งแต่วินาทีแรก หรือที่เรียกว่า “ฮุก” (Hook) ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจสถานการณ์ของเรื่องได้ทันที โดยไม่ต้องปูพื้นหลัง (Background) ให้เสียเวลา ขณะเดียวกันเรื่องราวยังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว พร้อมจุดหักมุมหรือปมใหม่ที่ถูกสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ เพื่อรักษาความสนใจของผู้ชมให้อยู่กับเรื่องราวเหล่านั้น

ในโลกดิจิทัลที่ผู้คนสามารถใช้นิ้วเลื่อนผ่านคอนเทนต์หนึ่งไปสู่อีกคอนเทนต์หนึ่งได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ซีรีส์แนวตั้งจึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่าใครมีพล็อตเรื่องที่สนุกกว่าแต่กำลังแข่งขันกันว่าใครจะสามารถสะกดสายตาและดึงความสนใจของผู้ชมไว้ได้นานที่สุด

ขณะที่เรื่องราวกำลังไต่ระดับความสนุกและกำลังจะเดินทางไปถึงจุดพีก วิดิโอกลับตัดฉับ ตอนต่อไปโดนล็อคไว้ทันที พร้อมเด้งหน้าต่างให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อรับชมตอนต่อไป

ความจริงแล้ว กลยุทธ์นี้เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้น “ความอยากรู้” (Curiosity Gap) หรือช่องว่างแห่งความอยากรู้ พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับแนวคิดทางจิตวิทยาที่เสนอโดย George Loewenstein อธิบายว่า เมื่อคนเรารับรู้ว่าตัวเอง “ขาดข้อมูลบางอย่าง” จะเกิดแรงผลักดันอยากรู้คำตอบขึ้นมา ยิ่งรู้สึกว่าใกล้จะได้คำตอบมากเท่าไร ความอยากรู้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น

การทำโฆษณาของซีรีส์แนวตั้งจึงเลือกตัดจบในจังหวะสำคัญของเรื่อง เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมต้องการรู้ว่า “หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ” “หากพระเอกรู้ว่านางเอกกำลังตั้งท้องจะเป็นอย่างไร” สิ่งนี้แหละที่เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้ชมกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือสมัครสมาชิกเพื่อรับชมตอนต่อไป เพราะโมเดลธุรกิจของซีรีส์แนวตั้ง คือ “ดูฟรีก่อน แล้วจ่ายทีหลัง” แม้การรับชมซีรีส์แนวตั้งจะดูเป็นความบันเทิงสุดปกติในยุคดิจิทัล แต่ในความเป็นจริงแล้ว

ไม่ใช่ทุกแอปพลิเคชันที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอจะเป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

บางแอปฯ อาจไม่มีแม้กระทั้งระบบการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน หรือบางแอปฯ อาจขอสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามากเกินความจำเป็น ถึงแม้บางแอปฯ จะเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า ขึ้นชื่อว่า “ธุรกิจความบันเทิง” ย่อมไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ ผู้ชมอย่างเราก็ยังต้องยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเหรียญปลดล็อกตอนต่อไป ยอมสมัครสมาชิก หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องยอมเสียเวลารับชมโฆษณา เพื่อแลกกับการได้ดูเนื้อหาต่อจนจบ

จุดที่น่ากังวล คือ ความอยากรู้ตอนต่อไปของคนดูกลายเป็นช่องโหว่ชั้นดีของกลุ่มมิจฉาชีพ พวกเขาจึงใช้กระแสความนิยมของซีรีส์แนวตั้งมาเป็นเหยื่อล่อลวงสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเพจปลอมแล้วส่งลิงก์ชวนเชื่ออ้างว่าเป็น “ช่องทางรับชมฟรีไม่ต้องเติมเหรีญ” หรือการหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อลงทะเบียน จนไปถึงการหลอกลวงขั้นสุดอย่างการให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนอก Store (App Store / Play Store) ซึ่งจะเป็นไฟล์ APK ที่แอปฝังมัลแวร์สายลับเอาไว้ เพื่อส่งอดูพฤติกรรม ดักจับรหัสผ่าน หรือควบคุมโทรศัพท์ของเราจากระยะไกล (Remote Access)

วิธีการหลอกที่ควรระวังจากมิจฉาชีพ

1. หลอกว่าดูแล้วได้เงิน

มิจฉาชีพจะยิงโฆษณาชวนเชื่อ ดูซีรีส์แนวตั้ง/ละครสั้น อาจแจ้ง “ได้รายได้เสริมวันละ 300-1,000 บาท เพียงแค่ปั่นยอดวิวซีรีส์แนวตั้ง” เมื่อเราหลงเชื่อก็จะถูกดึงเข้าสู่กลุ่ม LINE เพื่อทำภารกิจตามที่มิจฉาชีพกล่าวอ้าง โดยช่วงแรก ๆ อาจจะได้ค่าตอบแทนหลักสิบถึงหลักร้อยเพื่อสร้างความเชื่อใจ จากนั้นก็จะใช้เงื่อนไขต่าง ๆ หว่านล้อมให้เราโอนเงิน เพื่ออัปเกรดสิทธิ์เป็น VIP และสุดท้ายเงินที่เราโอนนั้นก็จะถูกมิจฉาชีพเชิดหนีทันที

หรือกรณีศึกษาจากแอปพลิเคชันอย่าง FreeFlick (หรือในชื่อ CashDrama) จากเว็บไซต์ Thai PBS ได้ทำการทดลอง ของแอปพลิเคชันที่ชูจุดขายว่า “ดูซีรีส์รับเงินทันที” กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อดึงเวลาของผู้ใช้ให้ติดอยู่ในลูปโฆษณาอย่างแยบยล เมื่อเริ่มใช้งาน แอปฯ จะมอบยอดเงินเริ่มต้นให้ทันที และตั้งเงื่อนไขการถอนที่ดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้ต้องเสียเวลาสะสมยอดนานหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ผู้ใช้กลับต้องเผชิญกับโฆษณาจำนวนมหาศาล ทั้งจากแอปเงินกู้ เกม และแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งถือเป็นการบังคับทางอ้อมให้ผู้ใช้กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาตลอดระยะเวลาที่อยู่ในระบบ

2. ชวนโหลดหรือให้สมัครสมาชิกแฝงมัลแวร์

มิจฉาชีพจะส่งลิงก์ผ่าน SMS หรือแชท ชวนเชื่อว่าเป็น แอปฯ ดูซีรีส์ฟรีระดับ VIP หรือ ดูแบบไม่มีโฆษณา เพื่อหลอกให้เราติดตั้งไฟล์ APK (แอปพลิเคชันนอก Store ทางการ) หากหลงเชื่อติดตั้ง แอปฯ เถื่อนนี้จะขอสิทธิ์การเข้าถึงแบบพิเศษ (Accessibility Service) เพื่อดูดข้อมูล รหัสผ่าน แอปธนาคาร เพื่อที่จะโอนเงินออกจากบัญชี

3. ฝังลิงก์พนัน และดูดข้อมูลส่วนตัว

วิธีการนี้จะพบได้ในซีรีส์แนวตั้งตามเว็ปเถื่อน หรือกลุ่มลับมิจฉาชีพจะตัดต่อฝังโฆษณาเว็ปพนันหรือลิงก์ไว้ในเนื้อหา อย่างการแตะเข้าไปเพื่อรับชมซีรีส์แต่อยู่ ๆ ก็เด้งไปหน้าเว็บอื่น ๆ รวมถึงการใช้ฉากสั้น ๆ ที่เร้าอารมณ์ล่อลวงให้หลงคลิก จากนั้นก็จะถูกนำเข้าสู่เว็ปพนันหรือแบบสำรวจที่หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลบัญชี ยิ่งกรอกมากยิ่งเสี่ยงต่อการถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางผิดกฎหมาย

4. หลอกให้โอนเงินโดยตรง

เมื่อเราตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ สิ่งที่ตามมาคือการใช้จิตวิทยาหว่านล้อมให้เหยื่อโอนเงินโดยมักจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น ต้องโอนเงินเพื่อยืนยันตัวตน โอนเงินเพื่อชำระค่าธรรมเนียม/ภาษี หรือโอนเงินมัดจำเพื่อปลดล็อกซีรีส์ตอนถัดไป แต่สุดท้ายมิจฉาชีพก็จะเชิดเงินหนีทันที

ดูซีรีส์ให้ปลอดภัย เสพความบันเทิงอย่างไรไม่ให้กระเป๋าฉีก

1. ห้ามกดลิงก์แปลกปลอมเด็ดขาด

หากซีรีส์ตัดจบกลางคันหรือชวนให้กดลิงก์เพื่อไปดูต่อในช่องทางอื่น เช่น ไลน์กลุ่ม, เว็ปไซต์พนัน ให้กดข้ามทันที หรือปัดทิ้งโดยทันที

2. แอปบันเทิงไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูล การเข้าถึงการควบคุม 

หากแอปพลิเคชันดูซีรีส์ขอสิทธิ์เข้าถึง อัลบั้มภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ หรือ การเข้าถึงการควบคุม (Accessibility Service) ให้กดปฏิเสธและลบแอปนั้นทิ้งทันที เพราะแอปบันเทิงไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ และไม่ควรกรอกข้อมูลส่วนตัวบนแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ

3. หากขึ้นให้โหลด หรือพาไปหน้าเว็บอื่นรีบปัดทิ้งกดปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตทันที ไม่ต้องรอ

หากเกิดเหตุการณ์ที่กดลิงก์ดูซีรีส์ แต่ระบบพาคุณไปหน้าเว็บพนัน หน้าเว็บให้กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือหน้าเว็บที่ดูแปลกปลอม หรือเว็บอื่นที่ดูไม่คุ้นตาให้รีดปัดทิ้งหนีหรือปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้เร็วที่สุด เพราะหากเราลังเลหน้าเว็บเหล่านั้นอาจจะทำงานอยู่เบื้องหลังทันทีการรีบปัดทิ้ง หรือปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่เชื่อต่อคือการตัดวงจรการขโมยข้อมูลที่ปลอดภัยที่สุด

4. ให้เลือกดูบนแพลตฟอร์มที่เป็นทางการ (Official) เท่านั้น

เลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Store ที่น่าเชื่อถือ เช่น App Store หรือ Play Store เท่านั้น หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปนอก Store อย่ากดติดตั้งไฟล์ APK หรือลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS/LINE แม้จะอ้างว่าเพื่อดูซีรีส์ฟรีก็ตาม ซึ่งแอปที่เป็นทางการ (Official) จะทำการชำระเงินผ่านระบบ  App Store หรือ Play Store หรือการตัดผ่านบัตรเครดิต/เดบิต และหลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับความนิยมสูงในไทยปี 2026 แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ เช่น Viu, WeTV, iQIYI, TrueID / TrueVisions NOW และ Disney+ Hotstar
  2. แอปพลิเคชันเฉพาะทาง (Vertical Short Drama Apps) เช่น ReelShort, DramaBox, GoodShort และ FlexTV / DramaWave

ทุกวันนี้มิจฉาชีพไม่ได้มาในรูปแบบของคนแปลกหน้าที่ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่พวกเขาแฝงตัวมาในคราบของ “ความบันเทิง”ที่คอยมอบความฟิน ความสนุก และความลุ้นระทึกให้เราบนหน้าจอโทรศัพท์ ข้อมูลส่วนตัวที่เรายอมกรอกเพียงเพราะคำว่า “ดูฟรี VIP” อาจเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่ส่งต่อข้อมูลกระเป๋าเงินของเราไปอยู่ในมือของคนร้ายโดยไม่รู้ตัว

สุดท้ายแล้วการที่เราทิ้งตัวนอนดูซีรีส์แนวตั้งในวันเหนื่อยล้า ควรเป็นช่วงเวลาที่สมองได้หลั่งสารแห่งความสุข ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องมานั่งทุกข์เพราะเงินหายหมดบัญชี สนุกได้ ดราม่าได้ แต่ก็ขอเตือนทุกคนว่าอย่าลืมพก “สติ” ไว้ในจอแนวตั้งด้วย เพื่อให้ความสุขเล็ก ๆ ในแต่ละวันของเรา ยังคงเป็นความสุขที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง

รายการอ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ. (2568, 26 พฤษภาคม). ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Drama) กับดักความบันเทิงที่มาพร้อมความเสี่ยง. https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/judprakai/1225241

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทยพีบีเอส. (2569, 13 มีนาคม). ซีรีส์แนวตั้ง “ดูแล้วได้เงินจริง” มีอยู่จริงไหม?. ไทยพีบีเอส. https://www.thaipbs.or.th/verify/article/content/8728

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทยพีบีเอส. (2569, 29 เมษายน). เตือนภัย! ซีรีส์แนวตั้งแฝงมัลแวร์ ดูดเงินเกลี้ยงบัญชี. ไทยพีบีเอส. https://www.thaipbs.or.th/verify/content/8628

Loewenstein, G. (2023). The psychology of curiosity: A review and reinterpretation. Psychological Bulletin, 108(1), 75–98. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10299614/ 

Rate this post
แชร์บทความ
Scroll to Top