
หากลองสังเกตพฤติกรรมของคนเราในปัจจุบัน คงมีเพียงช่วงเวลานอนเท่านั้นที่ตัวเราจะห่างจากโทรศัพท์มือถือ โดยตลอดทั้งวันทุกคนต่างเผยแพร่ข้อมูลและติดตามข่าวสารเนื้อหาผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอพปลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งปะปนไปด้วยข้อมูลทั้งจริงและหลอกลวง โดยหากหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน พร้อมทั้งเกิดอารมณ์ร่วม จนนำไปสู่การแสดงความคิดเห็น โจมตี ใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน ก็ย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามมามากมาย นี่จึงถือเป็นที่มาว่า “ทำไมเราถึงควรมีสติ รู้เท่าทันสื่อและข้อมูล” โดยเฉพาะที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์

ความรู้เท่าทันสื่อคืออะไร ?
ความรู้เท่าทันสื่อคืออะไร ? น่าจะเป็นคำถามที่คนทั่ว ๆ ไปสงสัย หากจะอธิบายกันแบบง่าย ๆ “ความรู้เท่าทันสื่อหรือ Media Literacy” ก็คือ ความสามารถในการรับรู้ วิเคราะห์ ประเมิน และสื่อสารข้อมูลที่ได้จากสื่อต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้เท่าทันสื่อช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าใจการทำงานของสื่อและจุดประสงค์ของข้อมูลที่นำเสนอ ตลอดจนสามารถแยกแยะข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากข้อมูลที่อาจมีอคติหรือมีวัตถุประสงค์แอบแฝง ระบุได้ว่าข่าวไหนจริง ข่าวไหนเท็จ ข้อมูลใดน่าเชื่อถือ และข้อมูลใดเป็นเพียงความคิดเห็นที่ขาดหลักฐาน นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการมีความรู้ในการใช้เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การขาดทักษะเหล่านี้อาจนำไปสู่ความสับสนและตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความแตกแยกทางความคิด รวมทั้งอาจเป็นต้นตอทำให้เกิดปัญหาสังคมอื่น ๆ ตามมา

การขาดความรู้เท่าทันสื่อและผลกระทบต่อประชาชน ในบริบทพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของไทย
พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของไทยเผชิญกับความท้าทายจากข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และศาสนา โดยเฉพาะเมื่อข่าวสารที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ มักถูกเผยแพร่ในวงกว้างผ่านโซเชียลมีเดีย การขาดความรู้เท่าทันสื่อในบริบทนี้อาจนำไปสู่การเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ ความขัดแย้ง และความรู้สึกไม่ปลอดภัยในพื้นที่ การเผยแพร่ข่าวลืออาจทำให้เกิดความหวาดกลัวในสังคม เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก และอาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในพื้นที่ได้ ดังนั้น ความรู้เท่าทันสื่อจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคมและลดปัญหาความขัดแย้ง

เทคนิคพื้นฐานง่าย ๆ ในการแยกแยะข้อมูลข่าวจริงและข่าวปลอมที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์
หนึ่งในประเด็นที่หลาย ๆ คนคงอยากรู้ก็คือ แล้วจะมีวิธีการอย่างไรในการแยกแยกข้อมูลที่เราติดตามในแต่ละวัน ว่าอันไหนเป็นจริง อันไหนเป็นเท็จ ลองนำเทคนิคง่าย ๆ เกี่ยวกับความรู้เท่าทันสื่อที่เราแนะนำนี้ไปลองประยุกต์ใช้ รับรองได้ว่ามีประโยชน์สำหรับทุกคนอย่างแน่นอน
- ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล พยายามติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่มาที่เป็นทางการหรือที่เชื่อถือได้ เช่น สำนักข่าวใหญ่ สื่อมวลชนที่มีมาตรฐาน หรือหน่วยงานรัฐบาลต้นสังกัดของข้อมูล
- อ่านให้ครบทุกมุมมอง อย่าด่วนสรุปโดยอ่านเพียงหัวข้อหรือแหล่งข่าวเดียว แต่ควรตรวจสอบว่าข่าวนั้นได้รับการยืนยันจากหลายแหล่งและตรงกันหรือไม่
- ตรวจสอบวันที่และรายละเอียด ข่าวปลอมมักจะใช้ข้อมูลเก่ามาบิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิด ทุกคนควรตรวจสอบวันที่ของข้อมูลและตรวจสอบเนื้อหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบันหรือไม่
- ระมัดระวังข้อมูลที่ก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมมากเกินไป ข้อมูลที่ใช้คำที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกกลัวหรือโมโหมักเป็นข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นความรู้สึกโดยเฉพาะ ให้ระวังการเชื่อข้อมูลที่เน้นกระตุ้นอารมณ์มากกว่าการนำเสนอข้อเท็จจริง
- ใช้เครื่องมือ Fact-Checking ปัจจุบันมีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันหลายตัวที่ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวสาร เช่น เว็บไซต์ AFP Fact Check, Thai PBS Verifiy, COFACT Thailand หรือเว็บไซต์จากหน่วยงานอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้
ความรู้เท่าทันสื่อ ถือเป็นทักษะสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกคน เพียงแค่มีสติ ตรวจสอบและประเมินเนื้อหาต่าง ๆ อย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อ เช็คข้อมูลให้มั่นใจก่อนที่จะแชร์ แจ้งเตือน รายงานข้อมูลที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมทักษะการเป็นพลเมืองดิจิทัล ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เท่าทันสื่อให้แก่คนในครอบครัวและชุมชน เพียงเท่านี้การเสพสื่อออนไลน์ในทุก ๆ วันของเราก็จะมีประโยชน์และคุ้มค่ายิ่งขึ้น



