อย่าเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นใช้เด็ดขาด เพราะ “บัญชีม้า” สามารถทำลายชีวิตคุณได้ 

ช่วงนี้ประชาชนเริ่มคุ้นหูกับคำว่า บัญชีม้า” มากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านข่าวที่เห็นบนสื่อต่าง ๆ หรือเรื่องเล่าจากปากเพื่อนบ้านที่พูดถึงประเด็นนี้ด้วยความกังวล โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา การกวาดล้างขบวนการบัญชีม้าอย่างในภาคใต้เองก็เกิดขึ้นให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เช่น ปฏิบัติการล่าสุดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ที่มีผู้ถูกจับกุมในคดีบัญชีม้าเพียงปฏิบัติการเดียวมากถึง 68 ราย สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ใกล้ตัวและเกิดขึ้นจริงในชุมชนมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ บางครั้งคนที่ตกเป็นเหยื่อกลับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้อง จนวันหนึ่งตำรวจมาเคาะประตูบ้าน และคนธรรมดาที่ไม่เคยคิดทำผิดกฎหมาย อาจต้องกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีอาชญากรรมทางการเงินโดยไม่ทันตั้งตัว 

แล้ว “บัญชีม้า” คืออะไรกันแน่ และทำไมเรื่องนี้ถึงใกล้ตัวคนในชุมชนมากกว่าที่คิด… 

บัญชีม้า คือ บัญชีธนาคาร (หรือบางกรณีรวมถึงซิมโทรศัพท์) ที่เปิดในชื่อของคนคนหนึ่ง แต่กลับถูกคนอื่นนำไปใช้งานแทน โดยเจ้าของบัญชีตัวจริงอาจ ยินยอม” ให้ใช้เพราะหลงเชื่อคำล่อลวง เช่น ค่าจ้าง เงินรางวัล หรือส่วนแบ่งกำไร หรือบางรายอาจ ถูกหลอก” ให้เปิดบัญชีโดยไม่รู้เจตนาที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ 

บัญชีม้าทำงานอย่างไร 

เมื่อได้บัญชีมาแล้ว มิจฉาชีพจะนำไปใช้เป็นทางผ่านสำหรับรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมาย เช่น เงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ หรือขบวนการฟอกเงิน เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตนเองและหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกตำรวจตามรอยมาถึงตัวได้ ผลก็คือคนที่ยินยอมหรือถูกหลอกให้เปิดบัญชีนั้น กลับกลายเป็นผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมายแทน ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุตัวจริง 

ในทางกฎหมายแล้วคือมีความผิด และมีโทษทั้งจำคุกและปรับ หากอยู่ ๆ มีคนแปลกหน้ามาเสนอเงินให้เปิดบัญชีแล้วยกให้เขาใช้ แบบนี้ก็อาจถือว่าคุณมีความผิดได้ ดังนั้น หากมีใครมาชวนให้คุณเปิดบัญชีธนาคารแล้วยกให้เขาใช้ ไม่ว่าจะแลกกับเงินก้อน ค่าจ้าง หรือคำหวานแค่ไหน อาจจะต้องคิดพิจารณาให้ดีก่อน เพราะถ้าบัญชีนั้นถูกเอาไปใช้ก่ออาชญากรรม แล้วตำรวจตามจับได้ คุณเองก็อาจโดนดำเนินคดีไปด้วย ต่อให้บอกว่า “ไม่รู้เรื่อง” ก็ตาม 

ไม่รู้เรื่องไม่ได้แปลว่าไม่ผิด 

กฎหมายที่ใช้จัดการเรื่องนี้ชื่อว่า พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งแบ่งโทษไว้ 2 แบบหลัก ๆ คือ 

กรณีที่ ผู้เปิดบัญชีหรือยินยอมให้คนอื่นใช้บัญชี (มาตรา 9) 
หากใครรับจ้างเปิดบัญชี หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัญชีธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของตัวเอง เพื่อรับโอนเงินหรือรับชำระค่าสินค้าและบริการที่ได้มาจากการกระทำผิด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

กรณีที่ ผู้เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวนให้ซื้อขายบัญชี (มาตรา 10) 
สำหรับคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เช่น ประกาศรับซื้อ-ขาย-เช่า-ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเลขหมายโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนในชื่อคนอื่นแต่ระบุตัวผู้ใช้จริงไม่ได้ กลุ่มนี้จะมีโทษหนักกว่า คือจำคุก 2-5 ปี ปรับ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ขบวนการบัญชีม้าขยายตัวได้ง่ายขึ้น  

หากในกรณีที่เจ้าของบัญชี “รู้” ว่าเงินที่เข้ามาเป็นเงินผิดกฎหมายแต่ยังยินยอมให้ใช้ต่อ อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 1-10 ปีอีกด้วย 

นอกจากโทษทางกฎหมายแล้วผลกระทบที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจคาดไม่ถึง คือ ต่อให้พ้นโทษทางอาญาไปแล้ว ผลกระทบมันยังตามหลอกหลอนชีวิตต่อไปอีกยาว โดยเฉพาะเรื่องการเงินและอนาคตการทำงานอย่างการถูกอายัดบัญชี แถมโดนขึ้นแบล็กลิสต์ เสียประวัติทางการเงิน ทำการกู้หรือธุรกรรมทางการเงินยากขึ้น จนเสียโอกาสสมัครงาน โดยเฉพาะสายการเงินไปตลอดได้เลย 

เราจะโดนมิจฉาชีพหลอกให้เป็นเหยื่อเปิดบัญชีม้าได้อย่างไร 

รูปแบบที่ ล่อด้วยผลตอบแทนที่ดูง่ายเกินจริง 

กลลวงกลุ่มนี้มักมาในรูปแบบ งานออนไลน์” ที่ดูน่าดึงดูดเป็นพิเศษ เพราะเสนอค่าตอบแทนสูงโดยไม่ต้องลงทุนหรือต้องมีความรู้พิเศษใด ๆ เช่น ประกาศรับสมัครงานออนไลน์ หลอกให้เปิดบัญชีธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมขอหลักฐานข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน หรือรหัส OTP โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนยืนยันตัวตนก่อนเริ่มงาน งานง่ายได้จริง รับโอน-จ่ายค่าจ้างไม่ต้องออกเงิน โฆษณาในลักษณะ “รับโอนเงินผ่านบัญชีของคุณแลกค่าบริการสูง”โดยไม่มีการอธิบายที่มาของเงินเลย สมัครเพื่อรับของรางวัล/โบนัส บอกให้เปิดบัญชีเพื่อรับเครดิตฟรีหรือของรางวัล แล้วขอให้ใช้บัญชีนั้นรับเงินรางวัลแทน งานขายออนไลน์/ตัวแทนชำระเงิน เสนอให้เป็นตัวแทนรับ-จ่ายเงินให้ลูกค้า โดยให้ใช้บัญชีส่วนตัวแทนบัญชีธุรกิจในการดำเนินการ หลอกสมัครงานบริษัทต่างประเทศ เสนองานจากต่างประเทศ ให้ใช้บัญชีไทยรับเงินเดือนหรือค่าส่งสินค้า 

จุดสังเกตร่วมของรูปแบบนี้คือ มักไม่มีการอธิบายที่มาของเงินอย่างชัดเจน งานที่เสนอมาแทบไม่ต้องใช้ทักษะอะไรเลยนอกจาก “เปิดบัญชีแล้วส่งเลขบัญชีให้” ซึ่งฟังดูง่ายเกินจริงจนน่าตั้งข้อสงสัย เพราะในโลกความเป็นจริง แทบไม่มีงานไหนจ่ายค่าจ้างสูงเพียงเพราะให้ยืมบัญชีธนาคารเท่านั้น   

รูปแบบที่ สร้างความน่าเชื่อถือปลอม 

หากรูปแบบที่ 1 เล่นกับ “ความอยากได้” กลุ่มนี้กลับเล่นกับ ความไว้ใจ” ของเหยื่อโดยตรง มิจฉาชีพจะสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองดูมีอำนาจ น่าเชื่อถือ หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเหยื่อ เพื่อลดการ์ดป้องกันตัวลง ทำให้เหยื่อทำตามคำขอโดยไม่ทันตั้งข้อสงสัย ซึ่งพบได้ใน 2 ลักษณะหลัก 

ลักษณะแรกคือ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์หาเหยื่อโดยตรง อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐ แล้วสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อรู้สึกตื่นตระหนกหรือเกรงกลัว จนยินยอมส่งข้อมูลส่วนตัวหรือเปิดบัญชีใหม่ตามที่ขอโดยไม่ทันคิด เพราะคนทั่วไปมักมีความเชื่อฝังใจว่า “หน่วยงานราชการหรือธนาคารต้องน่าเชื่อถือ ไม่หลอกลวงกัน” ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มิจฉาชีพใช้ประโยชน์ได้ง่าย 

ลักษณะที่สองคือ การปลอมเป็นคนรู้จักหรือญาติ โดยอาจใช้บัญชีปลอมที่ตั้งชื่อและรูปโปรไฟล์ใกล้เคียงกับคนที่เหยื่อรู้จัก หรือร้ายแรงกว่านั้นคือแฮกบัญชีโซเชียลมีเดียของคนรู้จักจริงมาใช้ทักหาเหยื่อโดยตรง แล้วขอ “ยืม” บัญชีธนาคารใช้ชั่วคราว ด้วยเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผล เช่น บัญชีตัวเองมีปัญหา หรือรอโอนเงินด่วน กรณีนี้อันตรายเป็นพิเศษ เพราะเหยื่อมักไม่ทันสงสัยเลยว่ากำลังคุยกับมิจฉาชีพ ไม่ใช่คนที่ตนรู้จักจริง 

จะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพจะไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน มักใช้น้ำเสียงเร่งรีบ สร้างความกดดัน หรืออาศัยความสนิทสนมเป็นเครื่องมือ เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจด้วยอารมณ์ ไม่ใช่ด้วยเหตุผล 

รูปแบบที่ อาศัยความเร่งด่วนและความจำเป็นของเหยื่อ 

หากสองรูปแบบก่อนหน้าเล่นกับ “ความอยากได้” และ “ความไว้ใจ” กลุ่มนี้เล่นกับจุดที่อ่อนไหวที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ ความเดือดร้อน” มิจฉาชีพจะเจาะจงหาเหยื่อที่กำลังมีปัญหาทางการเงินอยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าคนที่กำลังเดือดร้อนมักตัดสินใจเร็วและขาดความรอบคอบ ยิ่งเสนอทางออกที่ดูเหมือนจะช่วยแก้ปัญหาได้ทันที เหยื่อก็ยิ่งพร้อมทำตามโดยไม่ทันตรวจสอบ 

ลักษณะแรกที่พบบ่อยคือ การประกาศกู้เงินออนไลน์ โดยโฆษณาชวนเชื่อว่า “อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่ต้องมีคนค้ำ” ซึ่งดึงดูดกลุ่มคนที่กู้จากธนาคารปกติไม่ผ่านอยู่แล้ว เมื่อเหยื่อติดต่อไป มิจฉาชีพจะขอให้เปิดบัญชีใหม่และส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอน “ยืนยันตัวตนก่อนโอนเงินกู้” แต่พอได้ข้อมูลครบแล้ว มิจฉาชีพจะบล็อกช่องทางการติดต่อทันที ทิ้งให้เหยื่อไม่มีทางตามตัวได้อีกเลย 

ลักษณะที่สองคือ การชักชวนเล่นพนันออนไลน์ โดยหลอกให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารไว้สำหรับ “ฝาก-ถอน” เงินพนันด้วยตัวเอง กลุ่มนี้อันตรายเพราะเหยื่อมักไม่รู้ตัวว่าบัญชีของตัวเองถูกใช้เป็นทางผ่านเงินที่มาจากเหยื่อรายอื่นที่ถูกหลอกด้วยวิธีอื่นเช่นกัน ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว 

ลักษณะที่สามคือ การชวนลงทุน-เทรดโดยมี “ผู้จัดการบัญชี” ซึ่งไม่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย มิจฉาชีพจะชวนให้เปิดบัญชีใหม่แล้วโอนเงินเข้าไปให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแลพอร์ตให้ พร้อมโชว์ผลกำไรปลอมในช่วงแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนจะเชิดเงินหนีไปในที่สุด 

จุดร่วมของกลุ่มนี้คือ มิจฉาชีพมักอาศัยจังหวะที่เหยื่อไม่มีทางเลือกอื่น หรือกำลังมองหาทางออกอย่างเร่งด่วน ทำให้มาตรฐานการตรวจสอบความน่าเชื่อถือที่ปกติควรมี ถูกลดลงไปเพราะความจำเป็นเฉพาะหน้า 

เมื่อมิจฉาชีพได้บัญชีม้าไปแล้ว นำไปใช้ทำอะไรบ้าง 

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือการนำบัญชีเหล่านั้นไปใช้ประกอบอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ ยิ่งมิจฉาชีพมีเครือข่ายบัญชีม้าอยู่ในมือมากเท่าไร ก็ยิ่งสามารถกระจายความเสียหายและปกปิดร่องรอยได้อย่างซับซ้อนมากขึ้น  

ใช้เป็นช่องทางรับเงินจากการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ รูปแบบนี้พบได้บ่อยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเว็บบอร์ดต่าง ๆ โดยมิจฉาชีพจะประกาศขายสินค้าในราคาที่น่าดึงดูด แล้วให้เหยื่อโอนเงินชำระค่าสินค้าเข้าบัญชีม้าที่เตรียมไว้ เมื่อเหยื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว มิจฉาชีพจะปิดช่องทางการติดต่อทันที ทำให้เหยื่อสูญเสียเงินโดยไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงไว้ ขณะที่เส้นทางการเงินกลับไปสิ้นสุดที่บัญชีของบุคคลอื่นซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงโดยตรง 

ใช้เป็นบัญชีรับเงินจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ ลักษณะนี้เป็นวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้อย่างแพร่หลาย โดยนำบัญชีม้าที่เปิดใช้งานได้แล้วมาเป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เล่นเว็บไซต์พนันออนไลน์ หลังจากรับเงินเข้าระบบ มิจฉาชีพจะโยกย้ายเงินดังกล่าวกระจายไปยังเครือข่ายบัญชีม้าอื่น ๆ ต่อเนื่องกันเป็นทอด ๆ เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบปลายทางที่แท้จริง ทั้งนี้ เมื่อเว็บไซต์พนันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ขั้นตอนแรกที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินการคือการตรวจสอบเจ้าของบัญชีที่ใช้รับโอนเงิน ซึ่งหมายความว่าเจ้าของบัญชีตัวจริง แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการเว็บไซต์พนันโดยตรง ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดไปด้วย 

ใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินให้กับขบวนการอาชญากรรม การใช้งานในลักษณะนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างกว่ารูปแบบอื่น เนื่องจากเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดของมิจฉาชีพมักมีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ง่าย หากไม่ผ่านกระบวนการปกปิดที่มา มิจฉาชีพจึงอาศัยบัญชีม้าเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินผิดกฎหมายให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ การที่มีเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้มาจากกิจกรรมการผลิตหรือการจ้างงานจริง อาจส่งผลให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจบิดเบือนไปจากความเป็นจริง และหากเงินผิดกฎหมายที่ถูกฟอกเข้าสู่ระบบมีปริมาณมากเกินไป ก็อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อและก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม 

สิ่งที่ควรทำ หากไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อจากการเป็น “บัญชีม้า” 

นอกเหนือจากการทำความเข้าใจรูปแบบกลลวงต่าง ๆ ที่มิจฉาชีพนำมาใช้แล้ว การป้องกันตนเองอย่างเป็นรูปธรรมยังเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน โดยสามารถสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติหลัก 4 ประการ ดังนี้ 

1. อย่าเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นโดยเด็ดขาด 

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิด เพื่อน คนรู้จัก หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่ติดต่อเข้ามา หากมีการร้องขอให้เปิดบัญชีธนาคารในนามของตนแล้วมอบให้ผู้อื่นนำไปใช้งาน ควรปฏิเสธทันทีโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาเหตุผลประกอบ เนื่องจากไม่มีเหตุผลใดที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจำเป็นต้องอาศัยบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นในการดำเนินการ 

2. ระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคาร 

ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน (รวมถึงเลขหลังบัตร) และรหัส OTP ล้วนมีมูลค่าและความสำคัญมากกว่าที่หลายคนตระหนัก จึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการเสนองานออนไลน์ซึ่งขอให้ใช้บัญชีส่วนตัวในการทำธุรกรรมทางการเงินแทนบริษัท เนื่องจากองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมายจะไม่มีนโยบายให้พนักงานใช้บัญชีส่วนตัวในการรับหรือโอนเงินแทนบริษัทแต่อย่างใด 

3. ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง 

ในกรณีที่จำเป็นต้องโอนเงินให้แก่บุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยทำธุรกรรมด้วยมาก่อน ควรตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางและความน่าเชื่อถือของบุคคลดังกล่าวอย่างละเอียดก่อนดำเนินการทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว 

4. ติดตามข่าวสารเตือนภัยจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ 

เนื่องจากมิจฉาชีพมีการพัฒนากลโกงรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา การติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนรู้เท่าทันสถานการณ์และปรับตัวรับมือกับกลลวงรูปแบบใหม่ได้อย่างทันท่วงที 

หากสงสัยว่าบัญชีของตนเองอาจกลายเป็น “บัญชีม้า” ควรทำอย่างไร 

ในกรณีที่พบความผิดปกติกับบัญชีธนาคารของตนเอง หรือสงสัยว่าบัญชีอาจถูกนำไปใช้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สิ่งสำคัญที่สุดในเบื้องต้นคือการตั้งสติ และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยมีแนวทางปฏิบัติคือ 

ขั้นตอนที่ แจ้งธนาคารเพื่อระงับบัญชีทันที 

เมื่อพบความผิดปกติ ควรติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีโดยเร็วที่สุด เพื่อแจ้งรายละเอียดความผิดปกติที่พบ และขอให้ดำเนินการอายัดหรือระงับบัญชีไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว พร้อมขอคำแนะนำในขั้นตอนถัดไปจากเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรง การดำเนินการในขั้นตอนนี้อย่างรวดเร็วมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยหยุดยั้งไม่ให้เงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเคลื่อนย้ายออกจากบัญชีต่อไปได้ 

ขั้นตอนที่ รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 

ควรรวบรวมหลักฐานทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้อความสนทนากับผู้ที่ติดต่อมา ภาพหน้าจอการโอนเงินหรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อมูลช่องทางการติดต่อทั้งหมดที่มี เช่น หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีโซเชียลมีเดีย หรือลิงก์ต่างๆ ที่ได้รับ เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการประกอบการแจ้งความและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ในลำดับถัดไป 

ขั้นตอนที่ แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

หลังจากติดต่อธนาคารและรวบรวมหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ช่องทาง ดังนี้ 

  1. การแจ้งความที่สถานีตำรวจ โดยนำหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมไว้ ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาผ่านโซเชียลมีเดียหรือหลักฐานการทำธุรกรรมต่างๆ ไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อแจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าตนถูกหลอกลวงให้เปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารด้วยวิธีการใด 
  1. การแจ้งความผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th โดยกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า พร้อมแนบหมายเลข Bank Case ID ที่ได้รับจากธนาคารในขั้นตอนแรก เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารและสำนวนคดีได้อย่างรวดเร็ว 

จะเห็นได้ว่า “บัญชีม้า” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร่วมขบวนการโดยตรงจึงจะตกเป็นเหยื่อได้ เพียงแค่ความประมาทเลินเล่อชั่วขณะ ความใจอ่อนต่อคำชักชวนที่ดูน่าเชื่อถือ หรือความจำเป็นเฉพาะหน้าเพียงครั้งเดียว ก็อาจเปลี่ยนชีวิตของคนธรรมดาให้กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีอาชญากรรมทางการเงินได้โดยไม่ทันตั้งตัว และแม้จะพ้นโทษทางกฎหมายไปแล้ว ผลกระทบที่ตามมาทั้งด้านประวัติการเงิน โอกาสในการทำงาน และความน่าเชื่อถือในสายตาสถาบันการเงิน ก็ยังคงติดตัวไปอีกยาวนาน สิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนพึงระลึกไว้เสมอคือ ไม่มีเหตุผลใดที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจำเป็นต้องใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่น 

ไม่ว่าข้อเสนอที่ได้รับจะมาในรูปแบบงานง่ายได้เงินไว การอ้างอำนาจหน้าที่ หรือคำขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด หากมีสัญญาณเหล่านี้ปรากฏขึ้น การหยุดคิดเพียงไม่กี่วินาทีก่อนตัดสินใจ อาจเป็นสิ่งเดียวที่ป้องกันไม่ให้ชีวิตทั้งชีวิตต้องพลิกผันไปตลอดกาล 

ท้ายที่สุดแล้ว การรู้เท่าทันกลลวงเหล่านี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเพียงลำพัง แต่ยังเป็นเกราะป้องกันให้กับคนรอบข้าง ครอบครัว และชุมชนของเราด้วย เพราะทุกครั้งที่มีคนหนึ่งคนปฏิเสธไม่ยอมเป็นบัญชีม้า นั่นหมายถึงหนึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพจะใช้หลอกลวงผู้อื่นต่อไปก็ถูกตัดขาดลงไปด้วยเช่นกัน 

รายการอ้างอิงและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม 

ตำรวจภูธรภาค 9. (2569, 31 กรกฎาคม). วิธีป้องกัน ตกเป็นบัญชีม้า โดยไม่รู้ตัว. สืบค้นจาก https://www.police9.go.th/วิธีป้องกัน-ตกเป็นบัญชี/ 

ไทยพีบีเอส. (2568, 19 กันยายน). How To… ไม่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเปิด “บัญชีม้า”. The Visual. สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/thevisual/multimedia/mule-account/ 

ธนาคารกรุงไทย. (ม.ป.ป.). บัญชีม้า คืออะไรพร้อมโทษตามกฎหมายที่ควรรู้. สืบค้นจาก https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/2487 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา. (ม.ป.ป.). รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพ ถ้าไม่อยากโดนหลอกให้เปิดบัญชีม้า. สืบค้นจาก https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/lifestyle/living/scammer-money-mule-account 

ธนาคารกสิกรไทย. (ม.ป.ป.). ซื้อ-ขาย บัญชีม้า ระวังโทษทั้งจำ ทั้งปรับ. สืบค้นจาก https://www.kasikornbank.com/th/personal/digital-banking/kbankcyberrisk/pages/sellingbankaccount.aspx 

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย. (2568, 20 มกราคม). บัญชีม้าคืออะไรทำไมถึงควรหลีกเลี่ยง แล้วถ้าโดนหลอกเปิดบัญชี เราจะทำอย่างไร. สืบค้นจาก https://www.cimbthai.com/th/personal/blog/financial-guru/what-are-mule-accounts.html 

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย. (2565, 25 ตุลาคม). กลลวงยอดฮิต หลอกเปิดบัญชีม้า. สืบค้นจาก https://www.antifakenewscenter.com/คลังความรู้/กลลวงยอดฮิต-หลอกเปิดบัญชีม้า/ 

TOP News. (2569, 19 สิงหาคม). ภ.เปิดปฏิบัติการใหญ่! กวาดล้างหมายจับ จังหวัด รวบ 85 ราย บัญชีม้า 68 ราย ส่งต่อกองปราบตาม MOU. สืบค้นจาก https://www.topnews.co.th/news/1666680 

5/5 - (1 vote)
แชร์บทความ
Scroll to Top