การเสวนา เรื่อง “AI วิกฤติหรือโอกาสในการพัฒนาคนชายแดนใต้” เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา จัดโดยงานพัฒนานักศึกษา คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี มีวิทยากร ประกอบด้วย ดร.วรรณิศา มัจฉา รองคณบดีฝ่ายวิจัย บริการวิชาการ และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ ม.อ.ปัตตานี และนายชวลิต เหมหมัน วิทยากรด้าน AI และอาชีพอิสระ ดำเนินรายการโดย อ.อับดุลรอนี สาแมง สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร
การเสวนาดังกล่าวต่างยอมรับว่าการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI ได้เข้ามามีบทบาทในแวดวงต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งเป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานในอาชีพเดิมของมนุษย์ให้มีความสะดวกสบายและรวดเร็วขึ้น และเป็นโอกาสของการสร้างอาชีพใหม่ ๆ ด้วย AI จึงเข้ามามีส่วนกำหนดการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว การใช้ AI ยังมีมุมมองที่น่ากังวลเช่นกัน
ดร.วรรณิศา มองว่า ทักษะเบื้องต้นของการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ คือ การใช้ prompt (ชุดข้อความหรือประโยคที่ช่วยให้ AI สร้างเนื้อหาตามที่ผู้ใช้ต้องการ) ที่ไม่ได้โครงสร้างที่ชัดเจนแต่สามารถเรียนรู้ได้ ซึ่งผู้ใช้ควรรู้จักการใช้ prompt ให้เป็น ผู้ใช้ยังควรมี AI Literacy ที่ไม่ใช่แค่การเข้าใจเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นด้วยว่ามาจากการสร้าง AI บนพื้นฐานอะไร และถูกต้องหรือไม่
“ChatGPT เป็น AI ที่เรียนรู้มาจากวิกิพีเดีย และเราก็รู้ว่าวิกิพีเดียเป็นแหล่งข้อมูลที่ใครก็สามารถเข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลได้ AI ถูกเทรนมาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และไม่ได้ยืนยันทั้งหมดว่าข้อมูลที่ได้มาจาก AI ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของผู้ใช้ AI ที่ต้องเข้าใจการได้มาของข้อมูลที่ AI ได้ Generate ให้เรา”ดร.วรรณิศากล่าว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพร กล่าวว่า การใช้ AI เราควรเริ่มต้นจากการมีทักษะการตั้งคำถาม “เอ๊ะ”ก่อน เพื่อนำไปสู่การค้นคว้าแสวงหาคำตอบอย่างถ่องแท้ เพื่อให้เกิด “อ๋อ” เมื่อเราเรียนรู้เรื่องนี้อย่างถ่องแท้จากการใช้ AI แล้ว เราก็ใช้ทักษะนี้ไปทำความเข้าใจกับประเด็นใหม่ ๆ ต่อไป
“AI ก็เหมือนกับสมองเด็ก ขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะ Treat เขาอย่างไร เพื่อให้ AI เรียนรู้ ถ้าเราสอน AI ให้ดี AI ก็เป็นตัวช่วยในการทำงานของเราได้เป็นอย่างดี จริง ๆ อยากให้ทุกคนเป็นผู้สร้าง AI มากกว่า เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้สังคมเราอยู่รอด”
ขณะที่นายชวลิต มองว่า แม้ AI จะเป็นตัวช่วยสำหรับการออกแบบและสร้างสรรค์สื่อก็ตาม แต่การเรียนเพื่อให้มีความรู้พื้นฐานด้านการออกแบบและสร้างสรรค์สื่อนั้นมีความจำเป็นเพราะการใช้ AI ไม่สามารถทำงานให้เราในทุกขั้นตอน เช่น การใช้ prompt ในการสร้างภาพตามที่เราต้องการก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และภาพที่ได้ก็อาจจะยังไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องนำไปปรับแก้เพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการ ซึ่งต้องใช้ความรู้และทักษะที่เราเรียนมา
“การ Generate ภาพจาก AI มีความเหมือนจริงมาก จนคนแยกไม่ออก บางคนสร้างภาพโดยใช้ AI หรือมีการใช้ภาพถ่ายจริงแล้วให้ AI ช่วย Generate เพื่อบิดเบือนภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วนำไปเผยแพร่ในกลุ่มสื่อสังคม และก็มีคนเชื่อ มีการใช้ที่ขาดจริยธรรม เช่น การใช้ AI มา Generate ภาพที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา เป็นประเด็นโต้เถียงกันมากมาย”
คลิกชมรายละเอียดการเสวนาหัวข้อ “AI วิกฤตหรือโอกาสในการพัฒนาคนชายแดนใต้“



