AI ไม่ได้แย่งงานนักออกแบบ แต่เสริมพลังสร้างสรรค์ “ชวลิต เหมหมัน” กับแนวคิดปรับตัวสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ยุค AI

เมื่อเสียงลือเรื่อง “AI แทนที่คน” ดังกระหึ่มในวงการสร้างสรรค์ นักออกแบบสื่อต่างตั้งคำถามถึงอนาคตของตนเองว่าจะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินคาด แต่แท้จริงแล้ว AI ไม่ได้มาแย่งงานมนุษย์ หากเป็นเครื่องมือที่ขยายพลังสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เปิดโอกาสสู่อาชีพใหม่ ๆ ที่ผสานศิลปะและเทคโนโลยีอย่างลงตัว ชวลิต เหมหมัน ศิษย์เก่ารุ่นแรกของสาขานวัตกรรมการออกแบบสื่อ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเติบโตมาก่อนยุค AI บูม ปัจจุบันผันตัวมาเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการนำ AI เสริมพลังสร้างสรรค์ จะมาเล่าประสบการณ์จริง แนวคิด และแนวทางการปรับตัวของนักออกแบบสื่อในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกใบนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

คุณชวลิต มองว่า แม้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็วและเข้ามามีบทบาทในหลายภาคส่วน แต่แท้จริงแล้ว AI ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ “แทนที่มนุษย์” หากแต่มีบทบาทเป็น “เครื่องมือ” ที่ช่วยขยายขีดความสามารถของมนุษย์ ทำให้งานที่ต้องการความแม่นยำ ความเร็ว และการทำซ้ำ สามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

AI ไม่ได้มาแย่งงานคน แต่ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้มากขึ้น” เขากล่าว พร้อมยกตัวอย่างเชิงประจักษ์ เช่น ในวงการการตลาด นักการตลาดสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมผู้บริโภค และนำข้อมูลเหล่านั้นไปต่อยอดสร้างแคมเปญที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น หรือในวงการแพทย์ แพทย์สามารถใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพ MRI ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ แต่การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายและการสื่อสารกับผู้ป่วยยังคงต้องใช้ทักษะและความเข้าใจเชิงมนุษย์ที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงนักออกแบบที่สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือระดมความคิดในขั้นต้น เพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการเติมแต่งผลงานด้วยอารมณ์และความคิดสร้างสรรค์เฉพาะตัว

ด้วยแนวโน้มที่เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ คุณชวลิตชี้ให้เห็นถึงการเกิดขึ้นของอาชีพใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน ได้แก่ Prompt Design และ Prompt Engineering ซึ่งหมายถึงทักษะการออกแบบและวางโครงสร้างคำสั่งให้ AI เข้าใจเจตนาของผู้ใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นทั้งความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจเชิงเทคนิค

ใครที่สามารถออกแบบคำสั่งได้ดี จะสามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้เต็มที่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรหรือธุรกิจได้อย่างมหาศาล” วิทยากร AI รายนี้กล่าวเสริม พร้อมระบุว่าทักษะด้านการทำ Prompt ไม่เพียงจำกัดอยู่ในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการสูงในธุรกิจสื่อ การตลาด การศึกษา และอุตสาหกรรมครีเอทีฟต่าง ๆ อีกด้วย

สำหรับประเด็น “การปรับตัวของนักออกแบบและสร้างสรรค์สื่อรุ่นเก่า” ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีใหม่ ๆ นั้น คุณชวลิตได้ให้แนวทางการปรับตัวที่น่าสนใจว่า “ต้องยอมรับว่าโลกของ AI เปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเฉพาะช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาของ Deep Learning, Generative AI และ Large Language Models เช่น GPT ซึ่งสร้างผลกระทบและโอกาสใหม่ ๆ อย่างมหาศาล

เขาแนะนำว่าจำเป็นต้องอัปเดตตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายึดถือมาโดยตลอด คือ Continuous Learning หรือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดสรรเวลาเรียนคอร์สออนไลน์ หรืออ่านงานวิจัยใหม่ ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผ่านแหล่งความรู้ระดับโลก เช่น Coursera, edX, หรือ arXiv, Hands-on Practice หรือการลงมือทำจริง โดยไม่เพียงแค่อ่านทฤษฎี แต่ต้องทดลองทำโปรเจกต์ ลองใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น PyTorch, HuggingFace หรือ LangChain เพื่อเข้าใจการทำงานจริง และ Community Engagement (การมีส่วนร่วมในชุมชน) เป็นการเข้าร่วมกลุ่ม AI ทั้งในและต่างประเทศ เช่น Meetup, Discord หรือ Reddit เพื่ออัปเดตแนวคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายกับคนในวงการ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการมี Growth Mindset คือการเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง และมองความไม่รู้เป็นโอกาสในการเติบโต “ต้องยอมรับว่าความรู้ที่เราเคยเรียนมา บางอย่างอาจล้าสมัยไปแล้ว แต่ถ้าเราไม่ยึดติดกับอดีต และกล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ เราจะยังคงแข็งแกร่งในสายงานนี้ได้” คุณชวลิตกล่าว

“ผมอยากให้ทุกคนมองว่าความรู้พื้นฐานที่เรามี เป็นเหมือนรากของต้นไม้ ที่คอยสนับสนุนให้กิ่งก้านใหม่เติบโตได้อย่างแข็งแรง ถ้าเรารับการเปลี่ยนแปลง เติมความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่อง เราจะไม่เพียงแค่ตามทันโลกเท่านั้น แต่ยังสามารถนำการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ด้วย” — คุณชวลิต เหมหมัน กล่าวทิ้งท้าย

5/5 - (1 vote)
แชร์บทความ
Scroll to Top