โครงการคนใต้เท่าทันสื่อพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนท้องถิ่นอบรมการสื่อสารยุคดิจิทัล สร้างทักษะ MIDL แก่ประชาชน

ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับการรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ และสร้างสรรค์สื่อของประชาชนจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (คนใต้เท่าทันสื่อ) ที่ดำเนินการโดยคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติ เรื่อง “Creative Storytelling Local Media for MIDL” โดยมีสื่อมวลชนท้องถิ่นในภาคใต้ตอนล่างเข้าร่วมการอบรม จำนวน 20 คน ณ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัล (MIDL) การพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์การสื่อสารในยุคดิจิทัล และหนุนเสริมบทบาทของสื่อมวลชนท้องถิ่นเพื่อสร้างตระหนักรู้ด้าน MIDL แก่ประชาชนในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวระหว่างการเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวและบรรยายพิเศษ เรื่อง บทบาทของสื่อมวลชนท้องถิ่นต่อการสร้างการตระหนักรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลว่า ในยุคเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลที่มีข้อมูลข่าวสารทั้งจริงและเท็จปะปนกันนั้น ประชาชนมักตกเป็นเป้าหมายหลักของข้อมูลผิดบิดเบือน การหลอกลวงของมิจฉาชีพในหลากหลายรูปแบบที่มาพร้อมกับความทันสมัยของการสื่อสารในยุคปัจจุบัน สื่อท้องถิ่นจึงมีหน้าที่เป็นด่านหน้าในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องสู่สาธารณะ พร้อมทั้งส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชน ทั้งการวิเคราะห์แหล่งข้อมูลข่าวสาร การตรวจสอบเนื้อหาภาพหรือคลิป และการใช้เครื่องมือออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวถึงเป้าหมายของการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Creative Storytelling Local Media for MIDL” ว่า การอบรมครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการทางด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชนในพื้นที่กับสื่อมวลชนท้องถิ่นเพื่อสร้างความร่วมมือทั้งในมิติเชิงวิชาการและการขับเคลื่อนประเด็นท้องถิ่นร่วมกัน โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์สำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารสมัยใหม่ ทั้งแนวคิด วิธีการ และเครื่องมือดิจิทัล ให้แก่สื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอข่าวและการสื่อสารของสื่อมวลชนท้องถิ่น พร้อมทั้งเห็นว่าโครงการจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้เท่าทันสื่อให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มักตกเป็นเหยื่อข้อมูลเท็จ เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเอง และใช้สื่อได้อย่างสร้างสรรค์

          ในการบรรยายหัวข้อ การรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลในบริบทภาคใต้ตอนล่างนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในการบรรยายหัวข้อ การรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลในบริบทภาคใต้ตอนล่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา ได้กล่าวถึงมิติของการรู้เท่าทันสื่อสำหรับสื่อมวลชนไว้สองด้าน ด้านแรก คือ ในฐานะผู้ใช้และผู้บริโภคสื่อ ซึ่งสื่อมวลชนเองก็จำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข้อมูลข่าวสารที่ผิดบิดเบือน หรือการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการหลอกลวงที่อาจใช้ความเชื่อถือทางศาสนาหรือประเด็นเฉพาะในท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่างเป็นเครื่องมือในหลอกลวงประชาชน พร้อมย้ำว่าหากขาดการตระหนักรู้ ทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นเหยื่อได้ทั้งสิ้น ส่วนอีกบทบาทหนึ่งคือหน้าที่ของสื่อมวลชนในการให้ความรู้ สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน และการเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูล (Fact checker) ในยุคที่ข้อมูลผิดบิดเบือนแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในสื่อสังคม ซึ่งบางครั้งข้อมูลเหล่านี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

พ.ท.อัสรีย์ อัสมะแอ นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ สวท.ปัตตานี เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารและการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำงานสื่อในบริบทพื้นที่ชายแดนใต้ โดยตนตั้งใจนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้กับงานปัจจุบัน ทั้งการจัดรายการวิทยุและการรายงานข่าวผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งมักถูกนำเสนออย่างมีอคติหรือคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

น.ส.วิกันดา ขันธ์แก้ว ผู้สื่อข่าวสังกัด Nation TV, เว็บไซต์ 77 ข่าวเด็ด และสำนักข่าวอิศรา จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ 3 วันนี้ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองการทำงานข่าวในยุคปัจจุบัน ทำให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างอาวุธทางความคิดและทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับสื่อมวลชนในอนาคต

“การอบรมครั้งนี้ช่วยพัฒนาความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อ การแยกแยะข่าวจริงออกจากข่าวปลอม และการกลั่นกรองข้อมูลก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะได้ดียิ่งขึ้น จะนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการผลิตเนื้อหาข่าวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การทำคลิปวิดีโอและการเขียนบทความ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม”น.ส.วิกันดากล่าวและเสริมว่า

ตนจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพ และทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งต่อข้อมูลที่น่าเชื่อถือไปยังประชาชนอย่างสร้างสรรค์ต่อไป

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการอบรม สื่อมวลชนที่เข้าร่วมการอบรมจะได้การเรียนรู้และฝึกปฏิบัติในหัวข้อที่สำคัญ เพื่อติดอาวุธให้แก่สื่อมวลชนในพื้นที่พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล เริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจ “บทบาทของสื่อท้องถิ่นกับการสร้างนิเวศสื่อปลอดภัย” จากรองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ต่อด้วยการบรรยาย เรื่อง “สถานภาพการรู้เท่าทันสื่อในภาคใต้” และ “การสำรวจประเด็นข่าวกับการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสารและดิจิทัลในภาคใต้” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปวิชญา ชนะการณ์ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “การนำเสนอข่าวแบบ Narrative Journalism” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล และ “การสื่อข่าวด้วยเทคนิค Storytelling” จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตยา สมโลก ซึ่งเป็นนักวิชาการจากคณะวิทยาการสื่อสาร

ส่วนการอบรมเกี่ยวกับเครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่จำเป็นสำหรับสื่อยุคใหม่นั้น มีหัวข้อ “การใช้ Canva สื่อสารอย่างมืออาชีพ” โดยคุณณัฐพงศ์ จันทรุพันธ์ นักวิชาการอุดมศึกษา คณะวิทยาการสื่อสาร “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการสื่อสารท้องถิ่น” โดยคุณชวลิต เหมหมัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์สื่อและการใช้ AI และหัวข้อ “การเขียนบทความ การใช้ SEO และ AI” โดยคุณเสฏฐนันท์ แก้วประดับเพชร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความออนไลน์ โดยหลังจากการอบรมแล้วเสร็จ สื่อมวลชนดังกล่าวจะได้นำเสนอเนื้อหาข่าวในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลในท้องถิ่นของตนเองต่อไป

5/5 - (1 vote)
แชร์บทความ
Scroll to Top