ดีอี เปิดตัวแอปพลิเคชัน “DE-FENCE” กัน ก่อน ลวง สร้างเกราะป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชูระบบฐานข้อมูลกลางแจ้งเตือนเบอร์ลวง-สแกนเบอร์รัฐ

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “แอปพลิเคชันป้องกันการโทรหลอกลวง” หรือ “DE-FENCE กัน ก่อน ลวง” ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวถึงสถานการณ์ภัยไซเบอร์ว่า แม้ในปี 2569 ปัญหามิจฉาชีพและสแกมเมอร์ จะยังไม่หมดไปจากสังคมไทย แต่จากการทำงานอย่างหนักของทุกภาคส่วน ทั้งการปราบปรามแหล่งซ่องสุมในต่างประเทศ เช่น กรณีการทลายพื้นที่ชเวโก๊กโก่ส่งผลให้ตัวเลขความเสียหายมีแนวโน้มลดลง โดยพบว่าในปี 2567 มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 32,000 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ตัวเลขลดลงเหลือประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาในหลายมิติ

เลขาธิการ สดช. เปิดเผยถึงที่มาของแอปพลิเคชัน DE-FENCE ว่า เกิดจากการผลักดันร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะสมาคมโทรคมนาคมฯ เนื่องจากในอดีตผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือแต่ละค่ายต่างมีฐานข้อมูลเบอร์ต้องสงสัยของตนเอง แต่ติดขัดข้อกฎหมายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน กระทรวงดีอีจึงเข้ามาเป็นตัวกลางในการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้ แอปพลิเคชันนี้จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันด่านหน้า เมื่อมีสายเรียกเข้า ระบบจะตรวจสอบทันที หากเป็นเบอร์ที่โทรมาจากต่างประเทศหรือเป็นเบอร์ต้องสงสัย หน้าจอจะแสดงแถบสีเหลืองแจ้งเตือนผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูล โดยการลบเบอร์ที่ได้รับการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแล้วออกจากระบบบัญชีดำ เพื่อนำทรัพยากรเลขหมายกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จุดเด่นสำคัญของ DE-FENCE คือความสามารถในการระบุตัวตนของหน่วยงานรัฐ เพื่อป้องกันกรณีคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยแอปพลิเคชันจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางมาแสดงผลยืนยันว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นของหน่วยงานจริงหรือไม่ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนก่อนรับสาย

อย่างไรก็ตาม ดร.เวทางค์ กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้าย โดยฝากข้อคิดเตือนใจประชาชนว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการป้องกัน แต่สติของผู้ใช้งานคือสิ่งสำคัญที่สุด

เครื่องมืออะไรก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะคนร้ายจะหาวิธีการใหม่ ๆ มาหลอกเราเสมอ เราจะต้องฉุกคิดก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูล ถ้าท่านดูแลตัวเองอย่างดีและเสริมด้วยแอปพลิเคชัน DE-FENCE ปัญหาการหลอกลวงจะลดลง และขอให้ท่านช่วยกันกดรายงาน (Report) เบอร์คนร้าย เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อด้วยครับ” ดร.เวทางค์ กล่าวทิ้งท้าย

เพจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ข้อมูลว่า แอปพลิเคชัน DE-fence มีหลักการในการแบ่งสายโทรเข้า และ SMS ที่ได้รับ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. Blacklist หรือ อันตราย คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดการหลอกลวงหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยข้อมูลดังกล่าว ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงาน AOC ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สายด่วน 1441 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบบของแอปพลิเคชัน DE-fence จะดำเนินการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันทีเมื่อมีสายโทรเข้าหรือข้อความ (SMS) จากหมายเลขในกลุ่ม Blacklist (อันตราย) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล

2. Greylist หรือ ระวังต้องสงสัย คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายน่าสงสัย หรือมีความเสี่ยงต่อการหลอกลวง แต่ยังไม่ผ่านการยืนยันว่าเป็นอาชญากรรมโดยตรง เช่น การติดต่อจากหมายเลขแปลกหรือไม่คุ้นเคย การติดต่อจากต่างประเทศ หรือโทรผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงหมายเลขโทรที่ประชาชนมีการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนจำนวนมาก แอปพลิเคชัน DE-fence จะทำหน้าที่แจ้งเตือนระดับความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานทราบ พร้อมแสดงสถานะ “ระวังต้องสงสัย” เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้วิจารณญาณในการรับสายหรืออ่านข้อความ หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวและการกดลิงก์จากทาง SMS

3. Whitelist หรือ ลงทะเบียน คือ หมายเลขโทรศัพท์ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องว่าเป็นหมายเลขของหน่วยงานรัฐ หรือที่เป็นหมายเลขที่ผู้ใช้งานได้ทำการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนเป็นหมายเลขที่มีความน่าเชื่อถือ หมายเลขในกลุ่ม Whitelist (ลงทะเบียน) โดยจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะการติดต่อที่ปลอดภัยออกจากหมายเลขต้องสงสัยได้อย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสน และเพิ่มความมั่นใจในการรับสายหรือข้อความเข้า

ปัจจุบันแอปพลิเคชัน DE-fence เปิดให้บริการแล้ว โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบปฏิบัติการ Android ผ่าน Google Play และระบบปฏิบัติการ iOS ผ่าน App Store โดยแอปพลิเคชัน DE-fence เป็นแอปที่ใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันเพื่อประชาชนโดยตรง อีกทั้งยังไม่มีโฆษณาภายในแอปพลิเคชัน นับเป็นการร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาเครื่องมือที่มุ่งหวังสกัดกั้นมิจฉาชีพไซเบอร์ให้ลดลง “กัน-ก่อน-ลวง” ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางไซเบอร์ และยังสามารถช่วยลดสถิติอาชญากรรมทางไซเบอร์ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DE-fence มาใช้กันทุกคน” นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง DE-FENCE ได้ที่

ระบบ iOS : https://apps.apple.com/th/app/de-fence/id6741673813

ระบบ Android : https://play.google.com/store/apps/details…

คลิกชมรายละเอียดและวิธีการใช้งานแอปพลิเคชัน DE-fence ได้ที่

Rate this post
แชร์บทความ
Scroll to Top