เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ได้จัดการประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสื่อออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในการประชุม
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด กสทช. พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิดิจิทัลเพื่อสันติภาพ สถาบันการศึกษาในพื้นที่ ภาคประชาสังคม คณะกรรมการ ศป.ดส. และสื่อมวลชนเข้าร่วม

การจัดประชุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนภารกิจด้านสิทธิเด็กและสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี เพื่อสร้างกลไกการคุ้มครองเด็กและสตรีในพื้นที่ จากการประชุมในวาระก่อนหน้า พบว่าเด็กและสตรีในพื้นที่ประสบปัญหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความรุนแรงในครอบครัว การจัดการภัยพิบัติของผู้หญิง และภัยออนไลน์ ซึ่งเป็นที่มาของการประชุมในครั้งนี้
เหยื่อจากภัยออนไลน์รายหนึ่งได้บอกเล่าถึงรูปแบบการกระทำที่มุ่งร้ายต่อผู้หญิงในพื้นที่ โดยมีการตัดต่อภาพของผู้เสียหายเพื่อทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จากนั้นได้ส่งภาพดังกล่าวเข้าไปในกลุ่มไลน์ เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มเกิดความเข้าใจผิดและแสดงพฤติกรรมแทะโลมในลักษณะที่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้เสียหายทราบเรื่องจากเพื่อนที่ส่งภาพมาให้ดู จึงได้รวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับพบว่าพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความยังขาดความเข้าใจในประเด็นละเอียดอ่อนของการร้องเรียนจากผู้หญิง และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมในการพูดคุยกับผู้เสียหาย
นอกจากนี้ ยังมีเหยื่ออีกรายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง โทรศัพท์มาพูดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อและเกิดความรัก จากนั้นได้สร้างเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้เหยื่อโอนเงิน จนกระทั่งสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนเงินนับแสนบาท

ผลจากการประชุมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมทุกภาคส่วนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทางออนไลน์นั้นเป็นเพียงกระบวนการในขั้นปลายทาง สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กและสตรีตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์คือ การสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยจะต้องดำเนินการในระดับชุมชนอย่างจริงจัง และดึงภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการเสริมพลัง (empower) ให้เด็กและผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว มีความกล้าที่จะลุกขึ้นปกป้องสิทธิ์ของตนเองตามกฎหมายที่มีอยู่
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.sbpac.go.th/home/?p=146712



