ในปัจจุบันหากใครได้ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ก็จะพบว่ามีผู้ไปแจ้งความ ร้องเรียน จากการถูกเหล่ามิจฉาชีพใช้ช่องทางสื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อข้อมูลที่เกินจริง ดึงดูดให้เกิดอารมณ์ความโลภ ความกลัว ทำให้สูญเสียเงิน รวมถึงทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก
คนใต้อย่างเราต้องรู้จักป้องกันตัว มีสติ รู้ทันกลโกง มาเริ่มต้นทำความเข้าใจกันก่อนว่ามิจฉาชีพใช้กลโกงออนไลน์รูปแบบใดบ้างมาหลอกลวงผู้ใช้งานบนโลกอินเตอร์เน็ต เราสรุปข้อมูลมาให้ทุกคนได้ติดตามแล้ว

- การหลอกลงทุนหรือแชร์ลูกโซ่
มีการเชิญชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มหรือสินทรัพย์ที่ดูน่าเชื่อถือ เช่น การเทรดคริปโตเคอเรนซีหรือการลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินหรือ Forex ปลอม การหลอกให้ลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ให้หาลูกทีม โดยใช้การขายสินค้ามาบังหน้า ผลที่เกิดขึ้นคือผู้เสียหายสูญเสียเงินจำนวนมากและไม่มีโอกาสได้รับคืน - โรแมนซ์สแกม (Romance Scam)
การหลอกให้เกิดความไว้ใจผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์ โดยแกล้งเป็นคนรักเพื่อให้โอนเงินไปช่วยเหลือ เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าดำเนินการต่างๆ ซึ่งรูปแบบนี้กำลังแพร่หลายและมูลค่าความเสียหายสูงมาก - การหลอกลวงด้านการจ้างงาน
การรับสมัครงานออนไลน์ที่ต้องการค่าใช้จ่ายในการสมัครหรือการทำภารกิจต่างๆ โดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนจริง ส่งผลให้ผู้ตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์สินและโอกาสในอาชีพการงาน - การหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือองค์กร
เช่น การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอข้อมูลบัตรเครดิตหรือหลอกว่ามีพัสดุตกค้างที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม สิ่งเหล่านี้ทำให้เหยื่อต้องเสียทรัพย์สินหรือถูกเข้าถึงข้อมูลสำคัญ
เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วว่ามีช่องทางหรือความเสี่ยงรูปแบบใดบ้างที่เราอาจจะตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพที่หวังหลอกลวงเพื่อตักตวงผลประโยชน์ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพความเสียหายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เราจึงได้รวบรวมข้อมูลผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นครอบคลุมทุกมิติ เพื่อชี้ให้เห็นว่าการหลอกลวงออนไลน์อันตรายแค่ไหน

- ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผู้เสียหายต้องสูญเสียเงินไปจำนวนมาก เช่น ปี 2566 พบว่ามีคนไทยตกเป็นเหยื่อกว่า 36 ล้านคน มูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ในไทยสูงถึง 49,845ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก
- ผลกระทบต่อสภาพจิตใจและสังคม เกิดความเครียด ความไม่ไว้ใจ และความหวาดระแวงในด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
- ผลกระทบต่อชุมชน การหลอกลวงที่แพร่หลายในระดับท้องถิ่นทำให้ความสามัคคีในชุมชนลดลง เพราะผู้คนเริ่มหวาดระแวงกันมากขึ้น
เทคนิคและวิธีการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงออนไลน์
เมื่อรู้ถึงแนวทางการหลอกลวงและผลกระทบแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องรีบไหวตัวให้ทัน ป้องกันตัวเองให้เป็น เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเรามีเทคนิคและวิธีการง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้มาแนะนำ

1. การป้องกันถูกหลอกลงทุน
- ตรวจสอบข้อมูลผู้เชิญชวน หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือบุคคลที่เสนอการลงทุนจากหน่วยงาน เช่น ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
- ระวังผลตอบแทนที่ดูดีเกินจริง หากผลตอบแทนสูงเกินปกติ ให้ตั้งข้อสงสัยทันที
- หลีกเลี่ยงการลงทุนที่ต้องเร่งตัดสินใจ เช่น อ้างว่าหมดเขตในวันนี้ เพื่อบีบให้คุณตัดสินใจเร็ว
2. การป้องกันการถูกหลอกแบบโรแมนซ์สแกม
- อย่าโอนเงินให้บุคคลที่ไม่เคยพบหน้า แม้เขาจะอ้างว่ามีเหตุจำเป็น เช่น ป่วยหนักหรือมีปัญหาทางธุรกิจ
- ตรวจสอบโปรไฟล์ ใช้รูปภาพหรือข้อมูลบุคคลนั้นค้นหาใน Google เพื่อตรวจสอบว่าเป็นตัวตนจริงหรือไม่
3. ป้องกันการหลอกจ้างงาน
- ตรวจสอบบริษัทผู้จ้าง ดูว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ โดยค้นหาข้อมูลออนไลน์หรือสอบถามจากคนในพื้นที่
- หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินล่วงหน้า เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่าอบรม หรือค่าประกันงาน
- ระวังงานที่ดูง่ายเกินจริง เช่น รับเงินจำนวนมากเพียงแค่กดไลค์หรือแชร์โพสต์
4. การป้องกันการถูกหลอกลวงด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หรือองค์กร
- ยืนยันตัวตนของผู้ติดต่อ โทรกลับไปยังหมายเลขของหน่วยงานจริง (ไม่ใช่หมายเลขที่ผู้ติดต่อแจ้งมา)
- อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ผ่านทางโทรศัพท์หรือข้อความ
- ระวังการขู่ให้กลัว เช่น อ้างว่าคุณมีหนี้หรือเกี่ยวข้องกับคดี
บรรดามิจฉาชีพมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์และวิธีการต่าง ๆ ไปตลอดเวลา เราเองก็จำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้ทัน เพื่อจะได้ปิดความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีที่ใช้ช่องทางออนไลน์มาหาผลประโยชน์ง่าย ๆ แต่กลับสร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้คนอย่างมหาศาล ข้อมูล ความรู้ และวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเคล็ดลับที่เมื่อทุกคนนำไปปรับใช้จะทำให้สามารถรับมือกับเหล่ามิจฯทั้งหลายได้แบบไม่ต้องเกรงกลัว



