วันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โครงการคนใต้เท่าทันสื่อ: การส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ในภาคใต้ ดำเนินโครงการโดยคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แกนนำวัยเก๋าเท่าทันสื่อ” (Training for trainer MIDL Refreshment) มีกลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำผู้สูงอายุจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านการดำเนินงานร่วมกับโครงการในปี 2567-68 ที่ผ่านมา จำนวน 30 คน ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขับเคลื่อนโครงการในปี 2569 นี้ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพแกนนำด้านการรู้เท่าทันสื่อ ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทบทวนองค์ความรู้เดิม และฝึกปฏิบัติการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ พร้อมเสริมทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบกิจกรรม การเตรียมเครื่องมือและเนื้อหา ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้แกนนำมีความพร้อมในการลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดกิจกรรมที่จะนำไปสู่การขยายผลการเรียนรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

ดร.ธนกร ศรีสุกใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประธานกล่าวเปิดกิจกรรมดังกล่าวว่า
ดร.ธนกร ศรีสุกใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวเปิดกิจกรรมดังกล่าวโดยระบุว่าสังคมควรเลิกมองผู้สูงอายุเป็นภาระ และหันมามองในมุมใหม่ว่าพวกเขาคือกลุ่มวัยเก๋า ที่เป็นโอกาสและพลังขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ภัยออนไลน์คุกคามชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุมากขึ้น การติดอาวุธทางปัญญาผ่านทักษะการรู้เท่าทันสื่อจึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือปกป้องตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจปลดล็อกศักยภาพให้ผู้สูงวัยสามารถทำหน้าที่ส่งต่อความรู้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่คนในชุมชนรอบข้างได้อีกด้วย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตยา สมโลก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพันธกิจสังคม คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า ตลอดการดำเนินงานของกิจกรรมอบรมแกนนำผู้สูงอายุในครั้งนี้ ทางโครงการได้เล็งเห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของเครือข่ายวัยเก๋าเท่าทันสื่อที่ไม่เพียงแต่นำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ แต่ยังเดินหน้าขยายผลในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลุกขึ้นมาสร้างความตระหนักรู้และเป็นเกราะป้องกันภัยจากมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์และสะท้อนให้สังคมเห็นอย่างเด่นชัดว่า ผู้สูงอายุไม่ใช่กลุ่มเปราะบางที่รอการช่วยเหลือ แต่คือแกนนำสำคัญที่มีศักยภาพในการลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง
ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพันธกิจสังคม กล่าวด้วยว่า การอบรมในครั้งนี้เป็นทั้งการทบทวนองค์ความรู้เดิมในตำรา และเป็นเวทีระดับพื้นที่ในการเปลี่ยนประสบการณ์จริงให้กลายเป็นบทเรียน เพื่อต่อยอดแนวทางการดำเนินงานเข้มข้นขึ้นในปีที่ 2 และยังเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมขยายเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการร่วมกันปักหมุดและผลักดันการสร้างสังคมที่รู้เท่าทันสื่อ พร้อมทั้งส่งต่อร่มเงาแห่งองค์ความรู้นี้ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง เพื่อถักทอเป็นเครือข่ายภาคพลเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

นางสาวจันทิมา ตรีเลิศ ในฐานะทีมวิทยากรกระบวนการ กล่าวว่าการอบรมในครั้งนี้มุ่งต่อยอดศักยภาพของแกนนำวัยเก๋าโดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมนำประสบการณ์การดำเนินการของปีที่ผ่าน มาเรียนรู้และต่อยอดผ่านกระบวนการบันได 5 ขั้น ได้แก่ การสร้างความปลอดภัย ความเชื่อใจ ความไว้วางใจ การกำหนดเป้าหมายร่วม และการสร้างอนาคตร่วม เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานในชุมชนได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
“เนื่องจากผู้สูงอายุแต่ละคนมีความเชื่อ ประสบการณ์ และวิธีคิดที่แตกต่างกัน กระบวนการเรียนรู้จึงต้องออกแบบให้เหมาะกับผู้เรียน เน้นการสร้างแรงบันดาลใจ ความเชื่อมั่น และทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นคุณค่าในบทบาทของตนเอง พร้อมทั้งเสริมเครื่องมือและทักษะการสื่อสาร เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดได้อย่างมั่นใจ” วิทยากรกระบวนการกล่าว

นางประจวบ คงแก้ว แกนนำวัยเก๋าเท่าทันสื่อดิจิทัล จ.สตูล กล่าวว่า การสร้างชุมชนให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพต้องอาศัยพลังของภาคีเครือข่ายที่มีเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงความเชื่อใจ การเปิดใจ และการทำงานเป็นทีมเพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดให้ผู้สูงอายุในชุมชนให้สามารถรับมือกับกลโกงในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมตั้งเป้าหมาย ให้ชุมชนของตนก้าวสู่สังคมที่ปลอดภัยจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ
“ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภัยสื่อและการหลอกลวงในโลกออนไลน์ จึงจำเป็นต้องตระหนักถึงการรู้เท่าทันรูปแบบกลโกงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้ปัญหาจะยังไม่หมดไปแต่การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงให้กับผู้สูงอายุในชุมชนของตนในอำเภอมะนังได้” แกนนำวัยเก๋าเท่าทันสื่อดิจิทัล จ.สตูลกล่าว

นายรอพา ซิโละ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านกำปงบูเก๊ะ ตำบลโกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ผู้ที่ทำงานร่วมกับผู้สูงอายุในพื้นที่กล่าวถึงความสำเร็จจากปีที่ 1 ว่า การดำเนินงานในปีแรกของโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้ประเด็นเรื่องภัยสื่อและการหลอกลวงออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนในชุมชนหยิบยกมาพูดคุยกันในชีวิตประจำวันตามสถานที่ร้านนํ้า ในงานเลี้ยงพบปะของคนในหมู่บ้าน ส่งผลให้คนในชุมชนเกิดความตื่นตัว ระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพมากขึ้น สำหรับการดำเนินงานในปีที่ 2 จะนำประสบการณ์และบทเรียนจากแกนนำรุ่นแรกมาต่อยอดผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วม เพื่อขยายองค์ความรู้ให้ครอบคลุมทั้งตำบล และสร้างความตระหนักด้านการรู้เท่าทันสื่อให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางรูสนียาห์ อาแว แกนนำวัยเก๋าเท่าทันสื่อดิจิทัล จ.นราธิวาส กล่าวว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีการพัฒนาวิธีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง และนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ทำให้รูปแบบการหลอกลวงมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ประชาชนจะได้รับความรู้แล้ว แต่มิจฉาชีพก็ยังปรับเปลี่ยนกลโกงอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
“ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยไม่กล้าเปิดเผยว่าตนเองถูกหลอก แต่เมื่อโครงการลงพื้นที่ให้ความรู้ ก็ช่วยให้ผู้สูงอายุ คนในชุมชนเกิดความมั่นใจ รู้จักป้องกันตนเอง และมี”วัคซีนทางความคิด”ในการรับมือกับภัยออนไลน์ ที่อย่างน้อยก็ช่วยลดโอกาสการสูญเสียทรัพย์สินไปได้” แกนนำวัยเก๋าเท่าทันสื่อดิจิทัล จ.นราธิวาสกล่าว
ทั้งนี้กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของโครงการคนใต้เท่าทันสื่อ ในการต่อยอดศักยภาพเครือข่ายแกนนำผู้สูงอายุจากทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะการสื่อสาร และการเตรียมตัวเป็นกระบวนกร ก่อนลงพื้นที่ขยายผลสู่ชุมชนของตนเอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อ รับมือภัยออนไลน์ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังสื่ออย่างเข้มแข็ง เพื่อสร้างสังคมที่รู้เท่าทันสื่อและปลอดภัยจากมิจฉาชีพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้



