นักวิชาการนิเทศศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี แนะพลเมืองดิจิทัลต้องมี Empathy รู้เท่าทันสื่อและเข้าใจผู้อื่น กังวลปัญหาการพนันออนไลน์

ระหว่างการบรรยาย เรื่อง การรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัล ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตไอเดียต้นแบบสื่อสร้างสรรค์” ภายใต้กิจกรรม Southern Young Media for MIDL Hackathon โครงการการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับการรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ และสร้างสรรค์สื่อของประชาชนจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล หาดใหญ่ จ.สงขลา

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปวิชญา ชนะการณ์ อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า การรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัลคือพื้นที่การสื่อสารที่เปิดให้ผู้ใช้สื่อที่เรียกว่าพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการสื่อสาร หมายความว่า บทบาทของผู้ใช้สื่อนั้นไม่เพียงแค่การเข้าถึง วิเคราะห์แยกแยะ ประเมินค่า ตัดสินใจเลือกใช้ประโยชน์จากสื่อและข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่ต้องสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้สื่อเพื่อสื่อสารหรือเคลื่อนไหวในประเด็นสาธารณะได้ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลให้แก่ประชาชนด้วย

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปวิชญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การเป็นพลเมืองดิจิทัลต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้อื่น เข้าใจบรรทัดฐานของสังคม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งนำมาสู่ความจำเป็นในการมีทักษะ Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในสื่อสังคม หากเรามีทักษะนี้จะช่วยกำกับการสื่อสารของเรา ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ การคอมเม้นท์ ที่จะต้องหยุดคิดเสมอก่อนสื่อสารว่าสิ่งที่จะสื่อสารออกไปนั้นจะไปกระทบ ซ้ำเติม หรือบูลลี่ผู้อื่นหรือไม่ การมี Empathy จึงเป็นสิ่งที่ควรติดตัวกับพลเมืองดิจิทัลด้วย

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตยา สมโลก อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร กล่าวถึงปัญหาการพนันออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นปัญหาระดับชาติอยู่ในเวลานี้ว่า สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลที่เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง เข้าไปเล่นการพนันในรูปแบบต่าง ๆ ขณะเดียวกันผู้ใช้สื่อจำนวนไม่น้อยนำลิงก์ของเว็บพนันออนไลน์มาโพสต์และแชร์ มีส่วนทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการพนันออนไลน์เป็นสิ่งที่ปกติสามัญที่ใคร ๆ ก็สามารถเล่นพนันออนไลน์ได้หรือโพสต์เชิญชวนเล่นพนันออนไลน์ ทั้งที่การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ประเด็นเหล่านี้นักผลิตสื่อสร้างสรรค์สามารถนำมาออกแบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารปัญหาการพนันออนไลน์เพื่อสร้างการตระหนักรู้ต่อปัญหาดังกล่าว

รายงานการวิจัย เรื่อง พฤติกรรมการติดพนันออนไลน์: ปัจจัยเชิงสาเหตุ กระบวนการ ผลกระทบทางพฤติกรรมศาสตร์ และแนวทางการช่วยเหลือผู้เรียนที่ติดพนันออนไลน์ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิไลลักษณ์ ลังกา และคณะ สนับสนุนทุนการวิจัยโดยศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ซึ่งเป็นการศึกษานักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา จำนวน 6,909 คนจากทั่วประเทศ พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาเคยเล่นพนันออนไลน์ ร้อยละ 7.14 มัธยมศึกษาตอนต้น เคยเล่นพนันออนไลน์ ร้อยละ 18.69 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เคยเล่นพนัน ร้อยละ 29.95 และอาชีวะศึกษา เคยเล่นพนันออนไลน์มากที่สุดร้อย 35.80 การศึกษายังพบว่ากลุ่มที่เคยเล่นพนันออนไลน์มีแนวโน้มเคยใช้สารเสพติดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน สำหรับการพนันออนไลน์ที่กลุ่มตัวอย่างเคยเล่นมากที่สุด ได้แก่ หวยรัฐบาล ร้อยละ 25.33 บาคาร่า ร้อยละ 23.15 และป๊อกเด้ง/แบล็คแจ็ค ร้อยละ 18.96

การวิจัยดังกล่าวยังนำเสนอถึงมูลเหตุจูงใจของการเล่นพนันออนไลน์ด้วยว่ามาจากหลายปัจจัย ดังเช่นสภาพแวดล้อมรอบตัวนักเรียนที่บุคคลใกล้ชิดชวนให้เล่น ให้เครดิตฟรี และเข้าถึงแหล่งพนันได้สะดวกก็ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษาเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์แม้ว่าจะมีมุมมองต่อการพนันในเชิงลบก็ตาม

ทั้งนี้โครงการการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับการรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ และสร้างสรรค์สื่อของประชาชนจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คนใต้รู้เท่าทันสื่อ” ดำเนินโครงการโดยนักวิชาการของคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ และผลิตสื่อสร้างสรรค์ในกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้แก่ เยาวชน ผู้สูงอายุ สื่อมวลชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

5/5 - (1 vote)
แชร์บทความ
Scroll to Top