เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ทีมวิทยากรกระบวนการจากอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย นางอุมาพร ซาหีมซา นางอารีญา เสะยามา นางรอหะนะ เส็นฤทธิ์ และนางยุพา เส็มแล๊ะ พร้อมด้วยวิทยากรกระบวนการจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “จับเข่าเม้าท์มอย วัยเก๋ารู้เท่าทันสื่อ” ณ โรงเรียนบ้านปากบางสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยมีสมาชิกในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม 20 คน กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และทักษะด้านการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนในรูปแบบ “เพื่อนแนะนำเพื่อน” โดยใช้คู่มือสูงวัยเท่าทันสื่อเป็นแนวทางในการจัดกระบวนการเรียนรู้
นางอุมาพร ซาหีมซา ประธานกลุ่มสตรีจิตอาสา 4 อำเภอ และหนึ่งในวิทยากรกระบวนการด้านการรู้เท่าทันสื่อ กล่าวว่า หลังจากเข้ารับการอบรมกับโครงการคนใต้เท่าทันสื่อ ตนได้นำคู่มือที่ได้รับมาศึกษาอย่างละเอียด และมีการจัดประชุมทีมแกนนำเพื่อวางแผนคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมายที่จะเข้าร่วมกิจกรรม โดยจะเน้นการนำความรู้ที่อาจารย์สอนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้ว่าความจำจะไม่ค่อยดีนักเพราะสูงอายุแล้ว แต่ก็พยายามเปิดคู่มือทบทวนอยู่เสมอ เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

นางอุมาพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทางกลุ่มได้นำเสนอเรื่องราวของ กลโกงมิจฉาชีพ ในหลากหลายรูปแบบที่ได้เรียนรู้มา ไม่ว่าจะเป็นกลโกงแชร์ลูกโซ่ การเปิดบัญชีม้า กลโกงที่มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้แบ่งปันประสบการณ์การถูกหลอกลวงที่เคยเจอมา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งพบว่ารูปแบบกลโกงที่อาจารย์ให้ความรู้นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดในชุมชน ก่อนที่จะจัดกิจกรรม ทางกลุ่มได้ศึกษาข้อมูลในชุมชนอย่างละเอียดว่าประชาชนถูกหลอกลวงในเรื่องใดบ้าง เพื่อจะได้เน้นย้ำความรู้ในประเด็นนั้นๆ โดยเฉพาะ
“โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีและทางกลุ่มได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การจัดตั้ง ศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุ ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญจากการทำกิจกรรมในครั้งนี้ แม้จะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาพูดคุยในชุมชนมากมาย แต่ไม่ค่อยมีใครหยิบยกเรื่องภัยมิจฉาชีพมาพูดคุย ทั้งที่เรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน ทางกลุ่มจึงถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพิเศษ และได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้นี้ขึ้นมา โดยมีแผนจะจัดกิจกรรมพบปะพูดคุยในเรื่องสื่อและภัยมิจฉาชีพเดือนละ 1 ครั้ง หรือที่เรียกว่า “จับเข่าเม้าท์มอย” โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น แกนนำผู้สูงอายุในพื้นที่ และจะมีการสร้าง กลุ่มไลน์เฉพาะผู้สูงอายุ ขึ้น เพื่อเป็นช่องทางในการให้ความรู้และอัปเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ใช้ไลน์เป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร” ประธานกลุ่มสตรีจิตอาสา 4 อำเภอ จังหวัดสงขลากล่าว
นางสุวรรณนี จันทรุ่งโรจน์ ประธานกลุ่มสตรี หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรม กล่าวว่า จากการเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์ครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือรับพัสดุ ซึ่งตนเคยมีประสบการณ์ถูกหลอกหลายครั้งจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่สินค้าไม่ตรงปก เช่น การสั่งสินค้าโปรโมชัน 1 แถม 1 สองชุด แต่เมื่อพัสดุมาถึงกลับพบว่าสินค้าไม่ครบตามจำนวน ทำให้ต้องปฏิเสธการรับและคืนสินค้าทันที

จากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ โดยจะเลือก เก็บเงินปลายทาง เท่านั้น และจะทำการ ตรวจสอบสินค้าก่อนชำระเงิน ทุกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้เทคนิคการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจผู้ขายบน Facebook โดยแนะนำให้ ตรวจสอบว่าเป็นเพจจริงหรือเพจปลอม และให้ความสำคัญกับการอ่านคอมเมนต์ เพราะบางครั้งคอมเมนต์เหล่านั้นอาจมาจาก “หน้าม้า” ที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกลวง ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ตอกย้ำว่าสินค้าที่โฆษณาใน Facebook อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือบางครั้งอาจไม่มีสินค้าอยู่จริงเลยก็ได้ ผู้บริโภคจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ด้าน นางโนรีย์ ยอดรุ่งเรือง ผู้เข้าร่วมอบรม กล่าวเช่นกันว่า ได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับการถูกหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในอาชีพแม่ค้าที่มักจะต้องเผชิญกับ สลิปปลอม อยู่บ่อยครั้ง มาวันนี้ได้ข้อคิดใหม่ที่ยึดถือหลังจากนี้คือ “เอ๊ะ! ต้องดูให้ดีก่อน” เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรม และป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ภาพกิจกรรม
นางโนรีย์ กล่าวอีกว่า เคยโดนหลอกจากการสั่งซื้อทุเรียนออนไลน์ โดยโอนเงินไปก่อน แต่กลับถูกบล็อกการติดต่อหลังจากนั้น เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่คอยเตือนใจอยู่เสมอ ความรู้ที่ได้จากการอบรมสามารถนำมาเตือนตัวเองและคนรอบข้างได้ว่า “ถ้าจะสั่งของอะไรต้องเอ๊ะ! ก่อนเสมอ” ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเข้มงวด เพราะการหลอกลวงออนไลน์เกิดขึ้นได้ง่ายและแพร่หลายในเกือบทุกครัวเรือนในปัจจุบัน เทคนิคสำคัญคือการ ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด และ ปรึกษาคนรอบข้าง เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของสินค้าหรือบริการก่อนตัดสินใจ
“รู้สึกดีใจและขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการดีๆ วันนี้ เพราะทำให้คนในหมู่บ้านได้รับความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่พวกเขาอาจไม่เคยทราบมาก่อน” ผู้เข้าร่วมอบรมกล่าว


ทั้งนี้ วิทยากรกระบวนการดังกล่าวผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Training of Trainer for Elderly MIDL” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมที่มุ่งหวังให้ผู้ผ่านการอบรมได้นำความรู้และทักษะเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัลไปจัดกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่ของตนเองต่อไปนี้ โดยมีวิทยากรกระบวนการครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง จำนวน 30 คน ดำเนินการโดยโครงการการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับการรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ และสร้างสรรค์สื่อของประชาชนจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (คนใต้เท่าทันสื่อ) คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์







