สื่อยุค AI ต้องปรับตัวหนี “ข่าวรายวัน” สู่ “Data Journalism” แนะใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ช่วยกู้วิกฤตศรัทธายุค Post-Truth
นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ปาฐกถาพิเศษในงาน SCIF 2026 ณ ม.อ.ปัตตานี ชี้ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน พฤติกรรมคนย้ายไปอยู่บน “ติ๊กต๊อก” บีบสื่อหลักดิ้นรนทำคอนเทนต์ “สั้น-ซอย-ถี่” เพื่อเอาใจอัลกอริทึมจนละเลยคุณภาพ เตือนรับมือยุค AI Deepfake ที่แยกเรื่องจริงไม่ออก แนะทางรอดต้องเลิกวิ่งตามข่าวดราม่ารายวัน หันมาใช้ AI เป็นผู้ช่วยทำข่าวเชิงลึกแบบ Data Journalism เพื่อสร้างความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 รองศาสตราจารย์พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยุคหลังความจริงและปัญญาประดิษฐ์ : เมื่อความจริงถูกท้าทาย บทบาทใหม่ของวิชาชีพนิเทศศาสตร์” ภายในงานสัมมนาวิชาการและประชุมเครือข่ายวิชาการนิเทศศาสตร์และการสื่อสารภาคใต้ 2026 (SCIF) ณ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
รองศาสตราจารย์พิจิตรา กล่าวถึงสถานการณ์สื่อในปัจจุบันว่า เทคโนโลยีได้เปลี่ยนพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารของผู้คนไปอยู่บนสมาร์ทโฟนเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโมเดลธุรกิจสื่อดั้งเดิม ทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ที่มีต้นทุนสูงแต่รายได้ลดลง ทำให้องค์กรสื่อต้องปรับตัวด้วยการแยกกองบรรณาธิการออนไลน์ออกมาเพื่อความอยู่รอด และต้องปรับกลยุทธ์การนำเสนอเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบ “สั้น ซอย ถี่” คือการหั่นเนื้อหาให้สั้นและโพสต์ด้วยความถี่สูงเพื่อดึงดูดอัลกอริทึม สร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) และยอดวิว มากกว่าการทำข่าวสืบสวนสอบสวนที่ต้องใช้ต้นทุนและเวลา

นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา ยังระบุอีกว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เส้นแบ่งระหว่างการทำหน้าที่สื่อกับธุรกิจคอนเทนต์เริ่มเลือนลาง ส่งผลให้เกิดปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ที่ซับซ้อนขึ้น โดยขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. ความเร็วที่มาก่อนความถูกต้อง นำไปสู่การพาดหัวข่าวแบบคลิกเบท 2. ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ใช้ข่าวปลอมเป็นอาวุธในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม และ 3. เทคโนโลยี AI ที่ทำให้การแยกแยะความจริงทำได้ยากขึ้น
“ตอนนี้เราอยู่ในยุค AI ที่สามารถ generate ภาพได้และไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม มีการใช้ภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศมาใช้สื่อสารเพื่อจูงใจให้เข้าใจผิด เราอยู่ในยุคที่ สสส. สามารถถูกปลอมเพจเพื่อนำเสนอข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพ เราอยู่ในยุคที่สื่อนำคลิปเสียงมาเผยแพร่โดยอ้างว่าเป็นเสียงของนักการเมือง… และเราอยู่ในยุคที่มีเพจจำนวนมากสามารถปั่นกระแสเพื่อทำให้คนมึนงงกับข้อเท็จจริง” รองศาสตราจารย์พิจิตรา กล่าว


รองศาสตราจารย์พิจิตรา ได้เสนอแนะทางออกสำหรับนักนิเทศศาสตร์และสื่อมวลชนว่า ไม่ควรมอง AI เป็นผู้คุกคาม แต่ต้องปรับตัวและใช้เทคโนโลยีนี้ในฐานะ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ในห้องข่าว เพื่อช่วยฟังเสียงประชาชนและค้นหาความจริง พร้อมทั้งแนะให้เปลี่ยนทิศทางการนำเสนอข่าว
“อยากจะสนับสนุนให้ทำ Data Journalism กันดู แทนที่จะทำข่าวรายวัน ก็เปลี่ยนมาเป็นการหาข่าวสอบสวนสืบสวนที่เกิดขึ้น สร้างไทม์ไลน์ สร้างเนื้อหาข่าวเชิงลึกที่จะมีอายุได้นานกว่า” รองศาสตราจารย์พิจิตรากล่าวทิ้งท้าย
คลิกฟังปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยุคหลังความจริงและปัญญาประดิษฐ์ : เมื่อความจริงถูกท้าทาย บทบาทใหม่ของวิชาชีพนิเทศศาสตร์”
ที่ https://www.facebook.com/share/v/1ByonrGhBL/



